

KEY
POINTS
ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มีมติแต่งตั้ง นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เป็นต้นไป โดยเชื่อในศักยภาพความเป็นผู้นำที่มีมุมมองความคิดเชิงกลยุทธ์ ความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรมพลังงาน และประสบการณ์บริหารธุรกิจในบริบทตลาดโลก
นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จาก Carnegie Mellon University ประเทศสหรัฐอเมริกาและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจาก 3 สาขาวิชา ได้แก่ ด้านวิชากฎหมายเศรษฐกิจ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านบริหารธุรกิจ (Sloan School of Management) และ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา
อีกทั้งผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงชั้นนำของประเทศ เช่น หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 67 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่นที่ 16 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการ ตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 29 ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในองค์ความรู้ที่หลากหลาย และศักยภาพการบริหารองค์กรในอุตสาหกรรมพลังงานระดับโลก
มีประสบการณ์การทำงานกว่า 30 ปี ในสายงานด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมพลังงาน
เคยทำงานกับไทยออยล์ โดยเติบโตจากประสบการณ์การทำงานในหลากหลายสายงาน ทั้งด้านวิศวกรรม การพาณิชย์ การพัฒนาธุรกิจ และ แผนกลยุทธ์องค์กร รวมถึงธุรกิจด้านปิโตรเคมี
และการบริหารการขนส่งของกลุ่มไทยออยล์ ซึ่งหล่อหลอมให้มีความรู้ความเข้าใจในบริบทการดำเนินธุรกิจของกลุ่มไทยออยล์อย่างลึกซึ้ง โดยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านกลยุทธ์องค์กรเป็นตำแหน่งสุดท้ายที่ไทยออยล์ ก่อนไปปฏิบัติหน้าที่ที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ. 2564 - มกราคม 2569
ในช่วงเวลา 4 ปี ของการปฏิบัติหน้าที่ใน ปตท. นายพงษ์พันธุ์ ดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ทำให้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีอย่างครบวงจรก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้กลับมานำทัพกลุ่มไทยออยล์ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
นายพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า ภารกิจสำคัญต่อจากนี้ คือการสานต่อและผลักดันโครงการต่างๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมบริหารจัดการเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ESG ร่วมกับกลุ่ม ปตท. เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงให้กับองค์กรในระยะยาว