‘CFP’ โครงการลงทุนพลังงานสะอาดแสนล้านไทยออยล์คืบหน้ากว่า 97%

22 ม.ค. 2569 | 09:10 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 09:10 น.

ไทยออยล์เผยโครงการพลังงานสะอาดแสนล้าน ‘CFP’ คืบหน้ากว่า 97% หลังจากปรับรูปแบบการบริหารจัดการโครงการในช่วงปีที่ผ่านมา

KEY

POINTS

  • โครงการพลังงานสะอาด (CFP) ของไทยออยล์มีความคืบหน้าโดยรวมแล้วกว่า 97% หลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อเร่งรัดการก่อสร้างและควบคุมต้นทุน
  • เมื่อโครงการดำเนินการเชิงพาณิชย์จะช่วยยกระดับกำลังการกลั่นรวมของบริษัทขึ้นสู่ 400,000 บาร์เรลต่อวัน
  • โครงการถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกลั่นน้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) จากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ซึ่งถือเป็นโครงการยุทธศาสตร์ระดับประเทศ โดยมีการลงทุนในระดับแสนล้านบาท ว่า ล่าสุดการดำเนินการจากผู้รับเหมาเดิมมีความคืบหน้าโดยรวมแล้วกว่า 97% 

หลังจากบริษัทปรับรูปแบบการบริหารจัดการโครงการในช่วงปีที่ผ่านมา จากการใช้ผู้รับเหมาหลัก มาเป็นการบริหารงานโดยตรงกับผู้รับเหมารายต่างๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ควบคุมต้นทุน และเร่งรัดงานก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

“โครงการดังกล่าวมีการปรับวิธีทำงานเพื่อให้ควบคุมคุณภาพ ระยะเวลา และงบลงทุนได้ดีขึ้น ปัจจุบันงานก่อสร้างส่วนที่เหลือภายใต้การบริหารใหม่ มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 8-9% และตั้งเป้าเร่งงานให้แล้วเสร็จเร็วกว่าแผนเดิม โดยคาดว่าจะสามารถประหยัดงบลงทุนได้หลายพันล้านบาท” 

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าให้หน่วยสาธารณูปโภค (Utility) หลักของโครงการแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อรองรับการทยอยเดินเครื่องของหน่วยผลิตใหม่ ซึ่งคาดว่าเมื่อดำเนินการเชิงพาณิชย์จะช่วยยกระดับกำลังการกลั่นรวมของไทยออยล์ขึ้นสู่ระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน เสริมความสามารถแข่งขันในระยะยาว

สำหรับโครงการ CFP นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกลั่นน้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) จากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลา แคนาดา หรือตะวันออกกลาง ซึ่งในช่วงที่สหรัฐอเมริกาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลา จะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบหนักในตลาดโลก ทำให้ราคามีความน่าสนใจมากขึ้น

“การตัดสินใจเลือกน้ำมันดิบจะดูจากราคาสุทธิรวมค่าขนส่งถึงโรงกลั่นเป็นหลัก หากน้ำมันจากเวเนซุเอลามีต้นทุนรวมทั้งหมด (Landed Price) ที่แข่งขันได้ ก็จะช่วยเพิ่มค่าการกลั่น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ CFP อย่างมีนัยสำคัญ”

อย่างไรก็ตาม ไทยออยล์เชื่อมั่นว่าทั้งแนวโน้มค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับดี ประกอบกับความพร้อมของโครงการ CFP และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จะทำให้บริษัทสามารถทำตามสัญญา (Deliver on Promises) และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้ตามเป้าหมาย