KEY
POINTS
นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ซึ่งถือเป็นโครงการยุทธศาสตร์ระดับประเทศ โดยมีการลงทุนในระดับแสนล้านบาท ว่า ล่าสุดการดำเนินการจากผู้รับเหมาเดิมมีความคืบหน้าโดยรวมแล้วกว่า 97%
หลังจากบริษัทปรับรูปแบบการบริหารจัดการโครงการในช่วงปีที่ผ่านมา จากการใช้ผู้รับเหมาหลัก มาเป็นการบริหารงานโดยตรงกับผู้รับเหมารายต่างๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ควบคุมต้นทุน และเร่งรัดงานก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
“โครงการดังกล่าวมีการปรับวิธีทำงานเพื่อให้ควบคุมคุณภาพ ระยะเวลา และงบลงทุนได้ดีขึ้น ปัจจุบันงานก่อสร้างส่วนที่เหลือภายใต้การบริหารใหม่ มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 8-9% และตั้งเป้าเร่งงานให้แล้วเสร็จเร็วกว่าแผนเดิม โดยคาดว่าจะสามารถประหยัดงบลงทุนได้หลายพันล้านบาท”
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าให้หน่วยสาธารณูปโภค (Utility) หลักของโครงการแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อรองรับการทยอยเดินเครื่องของหน่วยผลิตใหม่ ซึ่งคาดว่าเมื่อดำเนินการเชิงพาณิชย์จะช่วยยกระดับกำลังการกลั่นรวมของไทยออยล์ขึ้นสู่ระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน เสริมความสามารถแข่งขันในระยะยาว
สำหรับโครงการ CFP นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกลั่นน้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) จากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลา แคนาดา หรือตะวันออกกลาง ซึ่งในช่วงที่สหรัฐอเมริกาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลา จะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบหนักในตลาดโลก ทำให้ราคามีความน่าสนใจมากขึ้น
“การตัดสินใจเลือกน้ำมันดิบจะดูจากราคาสุทธิรวมค่าขนส่งถึงโรงกลั่นเป็นหลัก หากน้ำมันจากเวเนซุเอลามีต้นทุนรวมทั้งหมด (Landed Price) ที่แข่งขันได้ ก็จะช่วยเพิ่มค่าการกลั่น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ CFP อย่างมีนัยสำคัญ”
อย่างไรก็ตาม ไทยออยล์เชื่อมั่นว่าทั้งแนวโน้มค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับดี ประกอบกับความพร้อมของโครงการ CFP และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง จะทำให้บริษัทสามารถทำตามสัญญา (Deliver on Promises) และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวได้ตามเป้าหมาย