‘ไทยออยล์’ เล็งรับน้ำมันเวเนซุเอลาเข้าโรงกลั่น CPF หลังแนวโน้มราคาดี

23 ม.ค. 2569 | 00:11 น.

‘ไทยออยล์’ เล็งรับน้ำมันเวเนซุเอลาเข้าโรงกลั่น CPF หลังแนวโน้มราคาน่าสนใจ หากสหรัฐเลิกคว่ำบาตรเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบตลาดโลก

KEY

POINTS

  • ไทยออยล์พิจารณานำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาสำหรับโครงการพลังงานสะอาด (CFP) เนื่องจากมีแนวโน้มราคาที่น่าสนใจหลังสหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
  • โครงการ CFP ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกลั่นน้ำมันดิบหนักโดยเฉพาะ ซึ่งการใช้น้ำมันจากเวเนซุเอลาที่มีราคาแข่งขันได้จะช่วยเพิ่มค่าการกลั่นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัท
  • ปัจจุบันโครงการ CFP มีความคืบหน้าโดยรวมกว่า 97% และเมื่อเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์จะช่วยเพิ่มกำลังการกลั่นรวมของไทยออยล์เป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน

นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ซึ่งถือเป็นโครงการยุทธศาสตร์ระดับประเทศ โดยมีการลงทุนในระดับแสนล้านบาท ว่า ล่าสุดการดำเนินการจากผู้รับเหมาเดิมมีความคืบหน้าโดยรวมแล้วกว่า 97% 

หลังจากบริษัทปรับรูปแบบการบริหารจัดการโครงการในช่วงปีที่ผ่านมา จากการใช้ผู้รับเหมาหลัก มาเป็นการบริหารงานโดยตรงกับผู้รับเหมารายต่างๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ควบคุมต้นทุน และเร่งรัดงานก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับโครงการ CFP นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกลั่นน้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) จากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลา แคนาดา หรือตะวันออกกลาง ซึ่งในช่วงที่สหรัฐอเมริกาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลา จะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบหนักในตลาดโลก ทำให้ราคามีความน่าสนใจมากขึ้น

“การตัดสินใจเลือกน้ำมันดิบจะดูจากราคาสุทธิรวมค่าขนส่งถึงโรงกลั่นเป็นหลัก หากน้ำมันจากเวเนซุเอลามีต้นทุนรวมทั้งหมด (Landed Price) ที่แข่งขันได้ ก็จะช่วยเพิ่มค่าการกลั่น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ CFP อย่างมีนัยสำคัญ”

บริษัทตั้งเป้าให้หน่วยสาธารณูปโภค (Utility) หลักของโครงการแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อรองรับการทยอยเดินเครื่องของหน่วยผลิตใหม่ ซึ่งคาดว่าเมื่อดำเนินการเชิงพาณิชย์จะช่วยยกระดับกำลังการกลั่นรวมของไทยออยล์ขึ้นสู่ระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน เสริมความสามารถแข่งขันในระยะยาว