พลังงานห่วงคำตัดสินศาลสหรัฐฯ เรื่องอำนาจทรัมป์ขึ้นภาษี ดันราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่ง

14 ม.ค. 2569 | 09:12 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ม.ค. 2569 | 09:12 น.

กระทรวงพลังงานห่วงคำตัดสินศาลฎีกาของสหรัฐฯประเด็นอำนาจทรัมป์ขึ้นภาษีตอบโต้ ดันราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่ง ชี้ส่งผลโดยตรงต่อความผันผวน

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานกังวลต่อคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เกี่ยวกับอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ในการขึ้นภาษี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก
  • นโยบายภาษีอาจกดดันให้ประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน เช่น จีน หยุดการนำเข้าน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีตอบโต้
  • หากอุปทานน้ำมันจากอิหร่านหายไปจากตลาด จะสร้างความกังวลและส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา (Supreme Court) จะพิจาณาตัดสินการเก็บภาษีนำเข้าหรือภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาใช้อำนาจกฎหมายฉุกเฉินประกาศใช้กับทุกประเทศคู่ค้าทั่วโลกซึ่งรวมทั้งไทยว่าเป็นการทำเกินขอบเขตอำนาจหรือไม่ว่า

การทบทวนนโยบายการขึ้นภาษี จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการทบทวนเรื่องการขึ้นภาษีต่าง ๆ ซึ่งจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์พลังงาน 

ทั้งนี้ การกีดกันทางการค้าและการขู่จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า 25% กับประเทศที่ยังคงทำธุรกรรมการค้ากับอิหร่าน ก็อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกได้ โดยเฉพาะจีนที่อาจหยุดซื้อน้ำมันจากอิหร่านเพื่อเลี่ยงปัญหาภาษี 

พลังงานห่วงคำตัดสินศาลสหรัฐฯอำนาจทรัมป์ดันราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่ง

โดยจะส่งผลให้อุปทาน (Supply) น้ำมันหายไปจากระบบทันที ซึ่งสร้างความกังวลในตลาดและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

 

อีกทั้งยังอาจผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยการตั้งกำแพงภาษีหรือการกีดกันการนำเข้าส่งผลต่อการใช้พลังงานในภาพรวม ซึ่งจะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั้งในเชิงโครงสร้างการนำเข้าและการใช้สอยภายใน

"มุมมองด้านสถานะทางกฎหมายส่วนตัวมองว่า การดำเนินการเรื่องภาษีดังกล่าวถือเป็นการทำในนามรัฐบาล ไม่ใช่ในนามส่วนตัว จึงอาจเป็นปัจจัยที่ศาลต้องนำมาพิจารณาด้วย ประเด็นภาษีนี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการแทรกแซงทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความผันผวนของราคาน้ำมันผ่านกลไกการกีดกันคู่ค้าของอิหร่าน"