
‘อนุทิน’ ประกาศดันโครงการ ‘ลดค่าไฟฟ้า’ เข้าครม.สัปดาห์หน้า
นายกฯ ‘อนุทิน’ ประกาศดัน Quick Big Win พลังงาน โครงการไฟฟ้าชุมชน ลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชน ทั้งโซลาร์ฟาร์ม โซลาร์สูบน้ำ เตรียมเสนอเข้า ครม.สัปดาห์หน้า
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน หารือรองนายกฯ และรมว.พลังงาน ดัดโครงการลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล
- โครงการหลักคือ "ไฟฟ้าชุมชน" ผ่านการจัดตั้งโซลาร์ฟาร์มขนาดเล็กในชุมชน (ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์) เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อไฟฟ้าได้ในราคาพิเศษที่ถูกลง
- นอกจากนี้ยังมีโครงการ "โซลาร์สูบน้ำ" เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในระบบชลประทานและประปาหมู่บ้าน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายของประชาชนในพื้นที่
วันนี้ (24 ตุลาคม 2568) ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ ได้ร่วมหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เพื่อเร่งรัดโครงการที่เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้า ผ่านโครงการไฟฟ้าชุมชน ลดค่าไฟให้ประชาชน ซึ่งจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า
สำหรับโครงการไฟฟ้าชุมชน ลดค่าไฟให้ประชาชน เป็นหนึ่งในนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายในการผลักดันและขับเคลื่อนโครงการไฟฟ้าชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชนทั่วประเทศ
ทั้งนี้ในการหารือกระทรวงพลังงาน ได้เสนอโครงการไฟฟ้าชุมชนพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อขยายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดไปยังชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง
“โครงการนี้จะเป็นโซลาร์ฟาร์มในชุมชนย่อย ๆ ไม่เกินชุมชนละ 10 เมกะวัตต์ แต่หากจำเป็นอาจเป็น 5, 3 หรือ 7 เมกะวัตต์ก็ได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้ซื้อไฟในราคาถูกลง เพราะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะรับผิดชอบการส่งกระแสไฟฟ้าและมีราคาพิเศษไปยังชุมชนนั้น ๆ” นายกฯ ระบุ
สำหรับการดำเนินโครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ เบื้องต้นจะขึ้นอยู่กับศักยภาพและพื้นที่ของแต่ละชุมชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าในราคาย่อมเยา โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเป็นผู้รับผิดชอบการจ่ายไฟฟ้าในราคาพิเศษ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
ส่วนโครงการที่สอง คือ โครงการโซลาร์สูบน้ำ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการไฟฟ้าชุมชนพลังงานแสงอาทิตย์ มีเป้าหมายในการกระจายระบบพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ในระบบชลประทานและประปาหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นต้นทุนหลักในการสูบน้ำเข้าสู่ระบบเกษตรและการผลิตน้ำประปา เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตประปาหมู่บ้าน ลดค่าใช้จ่ายด้านการอุปโภคบริโภคของประชาชน และกระจายการลงทุนไปยังระดับท้องถิ่น ส่งเสริมการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ฐานราก
โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยคาดว่าโครงการจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในรอบสุดท้ายภายในวันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568 หลังจากผ่านการพิจารณาทั้งสองเรียบร้อยแล้ว
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า โครงการที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาใน ครม. 2 โครงการ ประกอบด้วย
1.โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน เป้าหมายรวม 1,500 เมกะวัตต์ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสูงถึง 30,000 ล้านบาท สร้างงานกว่า 1,700 ตำแหน่ง และขายไฟฟ้าให้ชุมชนใกล้เคียงผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วยราคาส่วนลดประมาณ 40-80 สตางค์ต่อหน่วย ครอบคลุม 1.2 ล้านครัวเรือน ทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้เกือบ 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
2.โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เตรียมดำเนินการทั้งหมด 1,200 ระบบ ใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 5,800 บาทต่อไร่ต่อปี จำนวน 200 จุด ประปา 5,000 แห่ง ครอบคลุม 700,000 กว่าครัวเรือน ลดการปล่อย CO2 ประมาณ 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
นายอรรถพล ระบุว่า กฟภ. จะรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการในอัตราประมาณ 2.17 บาท/หน่วย ทำให้ชุมชนนั้นจะได้รับส่วนลดค่าไฟ 40-80 สตางค์/หน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.94 บาท/หน่วย เหลือ 3.54-3.14บาท/หน่วย และขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาต้นทุนเชื้อเพลิงค่าไฟงวดใหม่ เดือนม.ค.-เม.ย.2569
“เบื้องต้นยืนยันว่าจะไม่ให้สูงกว่างวดปัจจุบันที่ 3.94 บาท/หน่วยแน่นอน และจะพยายามหาทางกลับลด แต่จะลดได้มากกว่าปัจจุบันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ที่นำมาประกอบการพิจารณา” นายอรรถพล ระบุ






