thansettakij
thansettakij
พืชสวนโลก 2026

‘อนุทิน’ เปิดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรฯ 2569 ยิ่งใหญ่ ชู BCG เงินสะพัด 2 หมื่นล้าน

02 พ.ย. 69 | 13:06 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ย. 69 | 13:17 น.

นายกฯ เปิด “พืชสวนโลก 2569” อุดรธานีผงาดเวทีโลก ชูเกษตรนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว คาดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชน

KEY

POINTS

  • นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เพื่อแสดงศักยภาพด้านพืชสวนและเกษตรกรรมของไทยสู่เวทีโลก
  • งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด BCG Economy โดยมุ่งหวังให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาท
  • มหกรรมพืชสวนโลกจัดขึ้นเป็นเวลา 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด โดยหลังจบงานมีแผนพัฒนาพื้นที่ต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรถาวร

2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ เป็นระยะเวลา 134 วัน เพื่อแสดงศักยภาพด้านพืชสวน เกษตรกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพของไทยสู่เวทีโลก

 

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 

 

แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายโลก

สำหรับการจัดงานมุ่งนำเสนอความเชื่อมโยงระหว่างพืช น้ำ และผู้คน ผ่านการอนุรักษ์พันธุ์พืชและพื้นที่ชุ่มน้ำ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเพาะปลูก เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตและมูลค่าสินค้าเกษตร สอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า การหมุนเวียนทรัพยากร และการรักษาสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ งานมหกรรมพืชสวนโลกยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายระหว่างเกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานจากนานาประเทศ เพื่อขยายโอกาสด้านการพัฒนาตลาดและต่อยอดธุรกิจ โดยรัฐบาลมุ่งให้ประโยชน์จากการจัดงานกระจายสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง และภาคบริการ พร้อมส่งเสริมบทบาทของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะแหล่งผลิตสินค้าเกษตร อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์

 

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569

 

ต่อยอดเป็นพื้นที่สีเขียว แหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน 

นายอนุทิน กล่าวว่า การใช้ประโยชน์จากพื้นที่จะไม่สิ้นสุดลงพร้อมกับการจัดงาน โดยมีแผนพัฒนาต่อยอดให้เป็นพื้นที่สีเขียว แหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน และพื้นที่จัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมเกษตร รวมถึงรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติในอนาคต ควบคู่กับการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชนในระยะยาว

นายกฯ ยังเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดอุดรธานีและภูมิภาคโดยรอบ ทั้งวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิตชุมชน และการต้อนรับแบบไทย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน และขอให้ร่วมกันรักษามาตรฐานการเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อให้การจัดงานสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น นายกรัฐมนตรีประกาศเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งหวังให้เป็นเวทีแห่งความร่วมมือด้านพืชสวนและเกษตรนวัตกรรม พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่สมดุล มั่นคง และยั่งยืน ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการ

 

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569

 

ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเงินสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน” บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดกว่า 1,030 ไร่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน เพื่อแสดงศักยภาพด้านพืชสวน เทคโนโลยี นวัตกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพของไทยสู่สายตานานาชาติ 

การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ กระจายเม็ดเงินสะพัดกว่า 20,000 ล้านบาทแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ขณะที่ประธาน AIPH ได้กล่าวแสดงความยินดี พร้อมชื่นชมวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการจัดงานที่สอดรับกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการรับมือกับสภาพภูมิอากาศระดับโลก

 

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569

 

ให้ความสำคัญบริหารจัดการงานตามมาตรฐานยั่งยืน

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยถึงรายละเอียดและไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือหลักของกรมวิชาการเกษตร จังหวัดอุดรธานี และ AIPH โดยภายในงานอัดแน่นด้วยจุดน่าสนใจ 6 โซนหลัก ได้แก่ สวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ สวนองค์กรภาครัฐและเอกชน 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้เด่นและหายากกว่า 50 สวน รวมมวลดอกไม้กว่า 1 ล้านต้น อาคารนิทรรศการวิชาการ ตลาดชุมชนริมน้ำ 50 ร้านค้า และสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่ผสานภูมิปัญญาอีสานอย่างอาคารรูปไห (เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง) และอาคารรูปไซจับปลา

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงานตามมาตรฐานยั่งยืน การลดก๊าซเรือนกระจก (Carbon Neutrality) และ ESG พร้อมวางแนวทางพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดหลังจบงาน ให้ก้าวสู่การเป็น Legacy Plan เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านพืชสวน พื้นที่ศึกษาระบบนิเวศ สวนพฤกษศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรถาวร ที่จะสร้างประโยชน์และส่งต่อคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้แก่เกษตรกร ชาวอุดรธานี และประชาชนคนไทยทุกคน