
ผวา พ.ร.บ.ประกันสังคมใหม่ ‘3 ขอ’ ดาบสองคม ดึงเงินเกษียณแรงงานหด
วิเคราะห์ ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมใหม่ ชี้สิทธิ์ '3 ขอ' (ขอเลือก-ขอคืน-ขอกู้) เป็นดาบสองคม ช่วยผู้ประกันตนฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ-ลดหนี้นอกระบบ แต่เสี่ยงทำเงินเกษียณหด บีบ สปส. ปรับพอร์ตลงทุนระยะสั้น
KEY
POINTS
- เจาะลึก ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคมใหม่ เพิ่มสิทธิ "3 ขอ" ให้ผู้ประกันตนนำเงินชราภาพมาใช้ก่อนได้ คือ ขอเลือกรับบำเหน็จแทนบำนาญ, ขอคืนเงินบางส่วนก่อนเกษียณ และขอกู้โดยใช้เงินชราภาพเป็นหลักประกัน
- ข้อดีของ "3 ขอ" คือช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้ผู้ประกันตนในยามฉุกเฉินหรือช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายที่จำเป็นและลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
- อย่างไรก็ตาม การนำเงินเกษียณมาใช้ล่วงหน้าถือเป็นดาบสองคม เพราะจะทำให้หลักประกันรายได้ในวัยชราของผู้ประกันตนลดน้อยลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร จังหวัดอุดรธานี มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน มีสาระสำคัญทั้งการขยายอายุผู้ประกันตนและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ โดยเพิ่มอายุขั้นสูงของลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับแรงงานสูงอายุ
พร้อมขยายสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังออกจากงาน พร้อมกันนี้ ยังปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่จากการทำงานเป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง (จากเดิมร้อยละ 50)
อีกทั้งยังเปิดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือบำเหน็จชราภาพได้เมื่ออายุครบ 55 ปี หรือเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
ส่วนผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุ 55 ปีได้ในกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรงต่อความเป็นอยู่ของผู้ประกันตน หรือนำเงินชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ วงเงินไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินชราภาพและไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง
วิเคราะห์ ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์หากมีการบังคับใช้ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่ ในส่วนที่มีผลกระทบต่อกองทุนประกันสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพโดยการให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อน (ขอเลือก ขอคืน และขอกู้) พบว่า
1.การให้ผู้ประกันตนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สามารถเลือกได้ระหว่างรับเงินบำนาญชราภาพหรือเงินบำเหน็จชราภาพ (ขอเลือก) แม้ว่าผู้ประกันตนที่เลือกรับเงินบำเหน็จชราภาพจะได้รับสิทธิประโยชน์โดยรวมลดลงกว่าการรับเงินบำนาญชราภาพในระยะยาว โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ประกันตนมีอายุยืนนั้น
หากแต่การให้สิทธิผู้ประกันตนที่จะตัดสินใจเลือกรับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และสภาวะทางการเงินของผู้ประกันตนแต่ละคนในขณะนั้น จะเป็นการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตนจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ประกันตนแต่ละคนมีข้อจำกัดในการดำรงชีพและความจำเป็นทางการเงินที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้หากผู้ประกันตนเลือกรับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ อาจนำเงินดังกล่าวไปเพื่อชำระหนี้ หรือใช้จ่ายตามความประสงค์ของตน หรือนำไปลงทุนทำอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวภายหลังจากที่ตนเกษียณอายุ ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนสามารถสร้างวินัยทางการเงินให้กับตนเองได้ ก็สามารถบริหารจัดการเงินบำเหน็จชราภาพดังกล่าวให้สามารถนำมาเลี้ยงชีพของตนได้
2. การให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนมาใช้ก่อนมีอายุครบ 55 ปี (ขอคืน) จะทำให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายในยามฉุกเฉินได้เพิ่มสภาพคล่องให้ตนเอง เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเงินเฉพาะหน้าที่อาจอยู่ในขั้นวิกฤต
ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถวางแผนการใช้เงินให้มีการบริหารจัดการทางการเงินอย่างรอบคอบขึ้น และสามารถดำรงชีพในสังคมได้อย่างมีความสุขมากขึ้น เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนให้ข้ามผ่านวิกฤตไปได้ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์อื่นใดอันส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของผู้ประกันตนจนไม่สามารถดำรงชีพได้อย่างปกติ ที่มีผลกระทบต่อการจ้างงานของสถานประกอบการและเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ อาจส่งผลให้ เงินบำเหน็จชราภาพหรือเงินบำนาญชราภาพที่ผู้ประกันตนมีสิทธิจะได้รับมีจำนวนลดลง
3. การให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคมได้ (ขอกู้) จะทำให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้โดยง่ายแม้จะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกันตนได้บางส่วนในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม และยังเป็นการลดจำนวนผู้ประกันตนที่จะไปกู้เงินนอกระบบ
ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงินก็สามารถบังคับชำระหนี้เอากับเงินกรณีชราภาพได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพของผู้ประกันตนในอนาคต อาจทำให้เงินบำเหน็จชราภาพหรือเงินบำนาญชราภาพที่ผู้ประกันตนจะได้รับลดลง แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ประกันตนมีวินัยทางการเงินที่ดี ก็อาจสร้างการบริหารจัดการที่ดีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของตนได้
สำหรับการเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีอื่น โดยภาพรวมไม่ก่อให้เกิดต้นทุนของรัฐที่เพิ่มขึ้น และไม่ส่งผลกระทบต่อกองทุนประกันสังคมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกองทุนประกันสังคมมีรายได้จากการนำส่งเงินสมทบของทั้งผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาลที่เพียงพอต่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบ ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่
อย่างไรก็ตามผลกระทบที่จะได้รับนั้น กระทรวงแรงงานระบุว่าสามารถแยกเป็น 3 ประการ ดังนี้
1. ผู้ประกันตน
สำหรับผู้ประกันตนที่เป็นผู้สูงอายุจะได้รับความคุ้มครองภายใต้ระบบประกันสังคม ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพจะทำให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกเข้าถึงแหล่งเงินฉุกเฉินได้เพิ่มเติม เพื่อดำรงชีพในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ หรือจากสถานการณ์อื่นใดซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีพของผู้ประกันตนเช่นเดียวกัน โดยใช้เงินกรณีชราภาพที่ตนจะได้รับในอนาคตเป็นต้นทุน แต่จะทำให้ผู้ประกันตนมีหลักประกันรายได้ยามเกษียณที่ลดลง
2. กองทุนประกันสังคม
อาจทำให้ความมั่นคงทางเสถียรภาพกองทุนประกันสังคมลดลง หากให้ผู้ประกันตนสามารถนำเงินกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อน (ขอเลือก ขอคืน และขอกู้)
กรณีขอเลือก จะทำให้กองทุนประกันสังคมมีค่าใช้จ่ายลดลงในระยะยาว เนื่องจากการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการจ่ายเงินบำนาญชราภาพที่ต้องจ่ายให้ตลอดชีวิต
กรณีขอคืน หากมีผู้ประกันตนใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนประกันสังคม ซึ่งจะทำให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนลดลง เนื่องจากจะเป็นการลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้นจะต้องมีการสำรองเงินสำหรับการลงทุนระยะสั้น
แต่อย่างไรก็ตามสำนักงานประกันสังคม ต้องดำเนินการปรับแผนการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินของกองทุนประกันสังคม เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับผู้ประกันตนที่ต้องการใช้สิทธิดังกล่าว ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการค่อยๆ เพิ่มสภาพคล่อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนการลงทุนของกองทุน
กรณีขอกู้ แม้ผู้ประกันตนจะผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงิน ทำให้จะต้องนำเงินกองทุนประกันสังคมไปจ่ายเพื่อชำระหนี้กับสถาบันการเงินก็ตาม แต่ก็ยังสามารถเรียกเงินที่จ่ายเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวกลับคืนมาได้ โดยหักลดจากสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพที่ผู้ประกันตนจะได้รับ พร้อมค่าเสียโอกาสในการลงทุน
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับจำนวนเงินลงทุนในกรณีชราภาพแล้ว ถือว่าเงินที่จ่ายเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวข้างต้น ไม่มีนัยสำคัญต่อสถานะของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว
3. สังคมและเศรษฐกิจ
การได้รับโอกาสในการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนสูงอายุให้ได้รับความคุ้มครองภายใต้ระบบประกันสังคม จะทำให้มีหลักประกันทางสังคมมีความมั่นคงทางรายได้เพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัว นำมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ






