
สรรพสามิต ขอเงินกู้ 1.2 หมื่นล้าน ลุยรถเก่าแลกกระบะใหม่-มอเตอร์ไซค์อีวี
สรรพสามิต ขอเงินกู้ 1.2 หมื่นล้าน เน้นเปลี่ยนผ่านพลังงาน ระบุรถกระบะใหม่ อุดหนุน 4 หมื่นบาท/คัน ฝั่งมอเตอร์ไซค์อีวี รัฐช่วย 1.7 หมื่นบาท/คัน
KEY
POINTS
- กรมสรรพสามิตเสนอขอเงินกู้ 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อดำเนิน 2 โครงการหลัก คือ "รถเก่าแลกรถกระบะใหม่" และ "อุดหนุนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า"
- โครงการ "รถเก่าแลกรถกระบะใหม่" ใช้งบ 6 พันล้านบาท สนับสนุนการเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถกระบะใหม่ที่ใช้ไฟฟ้า (EV) หรือน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยต้องนำรถเก่าไปกำจัดซาก
- อีก 6 พันล้านบาทสำหรับโครงการอุดหนุนการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ โดยให้เงินอุดหนุนโดยตรงโดยไม่ต้องนำรถเก่ามาแลก
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงการคลังกำลังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในกลุ่มรถยนต์อีกสองกลุ่มที่เป็นความท้าทายสำคัญ คือ รถกระบะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภาคยานยนต์และครัวเรือนมีความสมบูรณ์ และเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น จึงมุ่งเน้นการสนับสนุนให้เปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดอย่าง ไบโอดีเซล B20
สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ ด้านพลังงาน ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธาน โดยเน้นไปที่การสร้างแรงกระตุ้นสำหรับกลุ่มผู้ครอบครองรถเก่าที่มีกำลังซื้อให้ตัดสินใจเปลี่ยนรถใหม่
เน้นรถกระบะใหม่ ต้องใช้น้ำมัน B20
ทั้งนี้ ค่ายรถยนต์และเอกชนจะต้องปรับตัวและพัฒนาเครื่องยนต์ให้รองรับการใช้งาน B20 ซึ่งจากการทดสอบและข้อมูลทางเทคนิคพบว่า น้ำมัน B20ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์รุ่นทั่วไปที่ไม่ได้มีความซับซ้อนสูง ส่วนผู้ที่เลือกใช้รถยนต์หรือน้ำมันแบบเดิมก็ยังคงใช้งานได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจจากภาครัฐ
ส่วนในด้านการกำจัดซากรถเก่านั้น จากการลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของโรงงานรีไซเคิลยานยนต์ในประเทศ ทั้งรูปแบบอุตสาหกรรมและแบบไฮเทค พบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและมีกำลังการกำจัดหรือรีไซเคิลรถยนต์เก่าได้หลักหมื่นคันต่อปี
คาดอนุกลั่นกรอง พิจารณา 'รถเก่าแลกรถกระบะใหม่' ใน 1-2 สัปดาห์
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอโครงการ “รถเก่าแลกรถกระบะใหม่” ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้พ.ร.ก.เงินกู้ด้านพลังงาน คาดว่าจะมีการประชุมพิจารณาในภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
สำหรับวัตถุประสงค์หลักของโครงการ มุ่งใช้เครื่องมือทางภาษีและทางการเงินในการลดมลพิษและคาร์บอน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยกรอบวงเงินงบประมาณที่เสนอคือ 6,000 ล้านบาท ประเมินเบื้องต้นว่า อาจรองรับการเปลี่ยนรถใหม่ได้ประมาณ 150,000 คัน หากคำนวณจากวงเงินการอุดหนุนราว 40,000 บาทต่อคัน
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือไม่ได้มาจากเงินกู้ของรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการบูรณาการร่วมกับผู้ผลิตและโชว์รูมในการจัดแคมเปญส่วนลดเพิ่มเติม รวมถึงการประสานสถาบันการเงินของรัฐเพื่อสนับสนุนสินเชื่อในเงื่อนไขที่เหมาะสม
เปิดเงื่อนไขร่วมโครงการ ต้องกำจัดซากรถยนต์ก่อน
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ รถเก่าที่จะนำมาแลกจะต้องได้รับการยกเลิกจดทะเบียนการใช้งานบนท้องถนนอย่างเป็นทางการ เพื่อตัดออกจากระบบจราจรอย่างถาวร โดยต้องนำไปขายซากหรือทำลายซากกับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาต เพื่อให้รถสิ้นสภาพและไม่สามารถนำกลับมาวิ่งได้อีก
ด้านรถใหม่ที่เปิดให้แลกซื้อ จะเน้นไปที่รถกระบะใหม่ ทั้งประเภทรถกระบะไฟฟ้า (EV Pickup) และรถกระบะเครื่องยนต์สันดาปที่สามารถรองรับน้ำมัน B20 ได้ เพื่อเป็นทางเลือกในการส่งเสริมพลังงานทดแทน นอกจากนี้ โครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่นี้ไม่มีการรวมรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากโครงการส่งเสริมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งแยกต่างหาก
ขอเงินกู้ 2 โครงการรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
ส่วนโครงการอุดหนุนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้านั้น ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศ พร้อมกับโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ คาดว่าจะประชุมภายใน 1-2 สัปดาห์
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง รายงานว่า โครงการอุดหนุนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า จะใช้วงเงินงบประมาณไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ ที่กำลังเตรียมเสนออีก 6,000 ล้านบาท จะใช้วงเงินรวมประมาณ 12,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน
สำหรับรูปแบบและเงื่อนไขสำคัญของโครงการ จะเป็นการอุดหนุนแก่ผู้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าใหม่โดยไม่ต้องนำรถเก่ามาแลก ให้เงินอุดหนุน 10,000-20,000 บาทต่อคัน ตามราคาขาย เป้าหมายการสนับสนุนครอบคลุมในระดับ 400,000 คัน และมีเงื่อนไขว่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่จะได้รับสิทธิอุดหนุนจะต้องเป็นรุ่นที่ผลิตขึ้นภายในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อช่วยส่งเสริมและปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ







