
ราคาอ้อย 69/70 ลุ้นขยับใกล้ 1,000 บาท น้ำตาลโลกฟื้นแตะ 21 เซนต์อินเดียลดส่งออก
สอน.ส่งสัญญาณราคาอ้อยปี 69/70 จ่อแตะ 1,000 บาทต่อตัน คุมเข้มอ้อยเผาเหลือ 15% ชี้น้ำตาลโลกฟื้นแตะ 21 เซนต์อินเดียลดส่งออก เปิด 3 มาตรการคุมอ้อยเผา
KEY
POINTS
- คาดการณ์ราคาอ้อยฤดูการผลิตปี 2569/2570 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นใกล้ระดับ 1,000 บาทต่อตัน
- ปัจจัยบวกมาจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ฟื้นตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 21 เซนต์ต่อปอนด์
- ราคาน้ำตาลโลกปรับขึ้นเนื่องจากอินเดียมีนโยบายลดการส่งออกและนำอ้อยไปผลิตเอทานอลมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกลดลง
นายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยถึงแนวโน้มฤดูการผลิตปี 2569/2570 ว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 97.02 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 105.86 ล้านตัน ขณะที่สถานการณ์ผลผลิตน้ำตาลทั่วโลกคาดว่าจะอยู่ที่ 179-180 ล้านตัน ใกล้เคียงกับความต้องการบริโภค เนื่องจากภาวะภัยแล้งในหลายประเทศ
รวมถึงประเทศอินเดียที่หันไปใช้นโยบายนำอ้อยไปผลิตเอทานอลและลดการส่งออก ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานในตลาดโลกลดลง
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 21 เซนต์ต่อปอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์ จากปีที่ผ่านมาซึ่งราคาน้ำตาลโลกลดลงไปอยู่ที่ 16.98 เซนต์ต่อปอนด์ จนส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นต้นตกต่ำลงมาอยู่ที่ 890 บาทต่อตัน
"ขณะนี้แม้ยังอยู่ระหว่างการคำนวณราคาขั้นต้นก่อนเปิดหีบ แต่ทิศทางราคาในปีนี้ค่อนข้างดีและมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ามีโอกาสที่จะได้เห็นราคาอ้อยเข้าใกล้ระดับ 1,000 บาทต่อตัน"
ยกระดับคุมอ้อยไฟไหม้
ด้านมิติด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำหรับฤดูหีบปี 2569/2570 สอน. ได้ยกระดับมาตรการควบคุมอ้อยไฟไหม้ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ประกอบด้วย
- จำกัดสัดส่วนอ้อยเผารายวัน กำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบได้ไม่เกิน 15% ต่อวัน ปรับลดจากปีก่อนหน้าที่กำหนดไว้ 20% ต่อวัน ซึ่งหากเกินเกณฑ์มีบทปรับ 130 บาทต่อตันส่งเข้ากองทุนฯ
- เพดานอ้อยเผาภาพรวมทั้งปี ตั้งเป้าหมายให้มีอ้อยไฟไหม้รวมทั้งประเทศไม่เกิน 5% ต่อปี หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้าทำผลงานได้ดีที่ระดับ 3.8%
- หยุดรับอ้อยช่วงเทศกาลปีใหม่ กำหนดให้หยุดตัดและงดขนส่งอ้อยเข้าโรงงานเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน
ประเทศไทยส่งออกน้ำตาลทรายเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยผลผลิตน้ำตาลประมาณ 80% ถูกส่งออกไปต่างประเทศ มีตลาดหลักคือประเทศอินโดนีเซีย แตกต่างจากบางประเทศที่ปลูกเพื่อบริโภคเองและยังเผาอ้อยได้ 100%
“มาตรฐานกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ท่ามกลางกระแสมาตรการทางการค้าสากล เช่น CBAM และกฎหมายว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป หากไทยไม่รักษาระดับมาตรฐานการผลิตให้โปร่งใสและยั่งยืน อาจเผชิญความเสี่ยงถูกปฏิเสธการนำเข้าสินค้าในอนาคต”







