thansettakij
thansettakij
อ้อยสดพุ่ง 96% หนุนผลผลิตน้ำตาลเพิ่ม เดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ

อ้อยสดพุ่ง 96% หนุนผลผลิตน้ำตาลเพิ่ม เดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ

18 พ.ค. 69 | 08:22 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ค. 69 | 08:22 น.

วราวุธดันอ้อยสด 100% ลุยเป้า Zero Burn สู้ PM 2.5 และโลกร้อน หลัง อ้อยสดพุ่ง 96% หนุนผลผลิตน้ำตาลเพิ่ม เดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ ลดอ้อยเผาเหลือ 3.8%

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการลดการเผาอ้อยลงเหลือเพียง 3.80% ทำให้มีสัดส่วนอ้อยสดเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 96.20%
  • การใช้อ้อยสดส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลสูงขึ้น โดยค่าเฉลี่ยผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อยเพิ่มขึ้นเป็น 113.55 กิโลกรัม
  • รัฐบาลตั้งเป้าหมายลดการเผาอ้อยให้เป็นศูนย์ (Zero Burn) เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลสู่เศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับน้ำตาลไทยในตลาดโลก

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ฤดูการผลิตปี 2568/2569 ไทยสามารถลดสัดส่วนอ้อยเผาเหลือเพียง 3.80% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ จากอดีตที่เคยมีอ้อยเผาสูงถึง 60-70% ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมไทยในการต่อสู้กับปัญหาฝุ่น PM 2.5 และภาวะโลกร้อน

“นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือหลักฐานว่า ประเทศไทยสามารถพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้จริง ด้วยการร่วมมือทั้งภาครัฐ โรงงานน้ำตาล 58 แห่ง และเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศกว่า 1.5 ล้านคน ที่ร่วมกันเปลี่ยนผ่านจากการเผาอ้อย ไปสู่ระบบอ้อยสดคุณภาพ”

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว ทำให้การลดอ้อยเผาลงอย่างก้าวกระโดด ไม่เพียงช่วยลดฝุ่นพิษ PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพอ้อยและประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาล โดยค่าผลิตน้ำตาลเฉลี่ยต่อตันอ้อยเพิ่มขึ้นจาก 109.51 กิโลกรัม เป็น 113.55 กิโลกรัม สะท้อนว่าอ้อยสดให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีกว่าอ้อยเผาอย่างชัดเจน

อ้อยสดพุ่ง 96% หนุนผลผลิตน้ำตาลเพิ่ม เดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ

 

ปักเป้าลดสัดส่วนอ้อยเผาต่ำกว่า 3%

กระทรวงฯจึงประกาศเป้าหมายใหม่ในฤดูการผลิตถัดไป คือ ลดสัดส่วนอ้อยเผาให้ต่ำกว่า 3% และมุ่งสู่ Zero Burn หรืออ้อยเผาศูนย์เปอร์เซ็นต์ พร้อมเดินหน้าสร้าง Green Value Chain เชื่อมโยงอ้อยสีเขียว สู่น้ำตาลสีเขียว อุตสาหกรรมชีวภาพ พลังงานชีวมวล และตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ เตรียมผลักดันมาตรการสนับสนุนเกษตรกรและโรงงานน้ำตาล ทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เครื่องจักรกลการเกษตร สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกลไกซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้ใหม่จากการไม่เผาและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของน้ำตาลไทยในตลาดโลก

 

“น้ำตาลไทยจากนี้ ไม่ได้ขายแค่ความหวาน แต่ขายความรับผิดชอบต่อโลก ดังนั้น ต้องผลักดันให้น้ำตาลไทยได้รับการยอมรับในฐานะน้ำตาลสีเขียว ที่ผลิตจากอ้อยสด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์มาตรฐานการค้าระดับสากล”

ต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล และความสำเร็จในการลดอ้อยเผาครั้งนี้ ถูกมองว่าอาจกลายเป็นต้นแบบให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอื่นของไทย เดินหน้าสู่โมเดลเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต

 นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดจากมาตรการเชิงรุกหลายด้าน ทั้งการกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยสดตั้งแต่เปิดหีบ การจำกัดปริมาณอ้อยเผาเข้าหีบรายวัน การหยุดรับอ้อยเผาในช่วงปีใหม่ การสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรเปลี่ยนผ่านสู่ระบบตัดอ้อยสดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้พิสูจน์แล้วว่า การเปลี่ยนผ่านจากยุคอ้อยเผากว่า 60% สู่การมีอ้อยสดมากกว่า 96% ภายในเวลาไม่กี่ปี คือหลักฐานสำคัญว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โรงงานน้ำตาล และเกษตรกร สามารถเปลี่ยนปัญหาฝุ่นควันให้กลายเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมชีวภาพไทยในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว่า สอน. วางแผนจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาบริหารจัดการทั้งระบบ และมีโมเดลธุรกิจใหม่หลายด้าน เช่น การพัฒนาระบบติดตามร่องรอยการเผาไหม้ด้วยเทคโนโลยีอวกาศและ AI การพัฒนาแพลตฟอร์ม Sugarcane Smart i-Map การบริหารจัดการเครื่องจักรกลเพื่อลดคาร์บอนและ PM 2.5 รวมถึงการป้องกันการลักลอบเผาอ้อยเชิงพื้นที่ 

นอกจากนี้ ยังเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น การผลิต wood pellet และถ่านกัมมันต์จากใบและยอดอ้อย การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง การพัฒนา Biomass Powder เครื่องบดย่อยใบอ้อยสำหรับเกษตรกรรายเล็ก เครื่องผลิตบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ และการผลิตไบโอชาร์ เป้าหมายต่อไปแต่คือการเปลี่ยนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยให้เป็นต้นแบบของโลกในฐานะ Green Sugar ที่สร้างทั้งรายได้ พลังงานสะอาด และอากาศบริสุทธิ์ให้กับคนไทย