thansettakij
thansettakij
ชาวไร่อ้อยลุ้นรับเงิน 7,081 ล้าน ตัดอ้อยสดรับตันละ 69 บาท จ่อเข้า ครม.

ชาวไร่อ้อยลุ้นรับเงิน 7,081 ล้าน ตัดอ้อยสดรับตันละ 69 บาท จ่อเข้า ครม.

02 พ.ย. 69 | 00:11 น.

สอน.ดันงบ 7 พันล้าน จ่ายชาวไร่ตัดอ้อยสดตันละ 69 บาท ส่วนต่าง 51 บาทหาแหล่งเงินเพิ่ม ลุ้นราคาอ้อยปี 69/70 ขยับใกล้ 1,000 บาท รับราคาน้ำตาลโลกฟื้นแตะ 21 เซนต์

KEY

POINTS

  • สอน. เตรียมเสนอ ครม. พิจารณางบกลางวงเงิน 7,081 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อย
  • ผู้ที่ตัดอ้อยสดส่งโรงงานจะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตราตันละ 69 บาท เพื่อเป็นแรงจูงใจลดการเผาอ้อย
  • หาก ครม. อนุมัติ คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินถึงมือชาวไร่ได้ภายใน 2 เดือน

นายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยถึงทิศทางและยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ว่า ปัจจุบัน สอน. อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรม จากเดิมที่เน้น เติบโตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ไปสู่เติบโตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพึ่งพาตนเองได้ เนื่องจากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐจัดสรรงบประมาณเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ไปแล้วกว่า 36,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวไร่และลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

“อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายขับเคลื่อนด้วยระบบไตรภาคีระหว่างชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และภาครัฐ”

ชงงบกลาง 7 พันล้าน 

โดยที่ผ่านมาชาวไร่อ้อยเรียกร้องเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสด 120 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นส่วนต่างต้นทุนจริงระหว่างการตัดอ้อยสดกับการเผาอ้อย โดยรัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 กำหนดนโยบายชัดเจนว่าจะไม่มีการจ่ายเงินอุดหนุนโดยตรงแก่เกษตรกรในลักษณะจ่ายต่อตันอีกต่อไป รวมถึงติดเงื่อนไขตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาผลผลิตปี 2568/2569 ที่ผ่านมา ซึ่งชาวไร่สามารถลดสัดส่วนอ้อยเผาลงได้น้อยมาก สอน. ได้ผลักดันการขอจัดสรร งบกลางวงเงิน 7,081 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด 100% ส่งโรงงาน ในอัตราตันละ 69 บาท ซึ่งครอบคลุมปริมาณอ้อยประมาณ 102 ล้านตัน ซึ่งปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณและเตรียมเสนอครม. คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายถึงมือชาวไร่ได้ภายใน 2 เดือน 

ชาวไร่อ้อยลุ้นรับเงิน 7,081 ล้าน ตัดอ้อยสดรับตันละ 69 บาท จ่อเข้า ครม.

 

ขณะที่ส่วนต่างอีก 51 บาท เพื่อให้ครบตามข้อเรียกร้อง 120 บาทต่อตันนั้น คณะกรรมการสอน. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการ และมอบหมายให้พิจารณาจัดหาจากแหล่งเงินอื่น เช่น เงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายต่อไป 

อย่างไรก็ดี ต้องเรียนว่าการจะสร้างรายได้เข้ากองทุนฯ ด้วยการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงานยังทำได้ยาก เนื่องจากฝ่ายนโยบายและราชการกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน อีกทั้งในอดีตเคยมีบทเรียนที่ประเทศไทยถูกประเทศบราซิลยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) จากการขึ้นราคาน้ำตาลเพื่อชดเชยเกษตรกร ซึ่งถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดโลก

ลุ้นราคาอ้อยฤดูใหม่แตะ 1,000 บาท 

สำหรับแนวโน้มฤดูการผลิตปี 2569/2570 ปริมาณอ้อยเข้าหีบของไทยจะอยู่ที่ประมาณ 97.02 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 105.86 ล้านตัน ขณะที่สถานการณ์ผลผลิตน้ำตาลทั่วโลกคาดว่าจะอยู่ที่ 179-180 ล้านตัน ใกล้เคียงกับความต้องการบริโภค เนื่องจากภาวะภัยแล้งในหลายประเทศ 

รวมถึงประเทศอินเดียที่หันไปใช้นโยบายนำอ้อยไปผลิตเอทานอลและลดการส่งออก ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานในตลาดโลกลดลง ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกปรับตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 21 เซนต์ต่อปอนด์ และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์ จากปีที่ผ่านมาซึ่งราคาน้ำตาลโลกลดลงไปอยู่ที่ 16.98 เซนต์ต่อปอนด์ จนส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นต้นตกต่ำลงมาอยู่ที่ 890 บาทต่อตัน 

"ขณะนี้แม้ยังอยู่ระหว่างการคำนวณราคาขั้นต้นก่อนเปิดหีบ แต่ทิศทางราคาในปีนี้ค่อนข้างดีและมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ามีโอกาสที่จะได้เห็นราคาอ้อยเข้าใกล้ระดับ 1,000 บาทต่อตัน"