thansettakij
thansettakij
คลังเผยเศรษฐกิจไทยก.ย. 69 ส่งออกโต 24% ต่อเนื่อง 27 เดือน

คลังเผยเศรษฐกิจไทยก.ย. 69 ส่งออกโต 24% ต่อเนื่อง 27 เดือน

30 ต.ค. 69 | 09:31 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 09:31 น.

คลังเผยเศรษฐกิจไทยก.ย. 69 ส่งออกโต 24% ต่อเนื่อง 27 เดือน ลงทุนส่งสัญญาณฟื้น ฝั่งการท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 10.5%

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. 69 ขยายตัว โดยมีภาคการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เติบโต 24% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27
  • การบริโภคภาคเอกชนในหมวดสินค้าคงทนและการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน
  • อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงจากภาระค่าครองชีพที่สูง และภาคการท่องเที่ยวชะลอตัว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 10.5%

นายปัณณ์ อนันอภิบุตร ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายน 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ตลาดเงินและตลาดทุน รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการผลิต และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วง เหตุค่าครองชีพสูง

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนยังมีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ในเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้น 27.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล ขณะที่รถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น 11.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 52.1 จากระดับ 53.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่และภาระค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง

ลงทุนฟื้น นำเข้าเครื่องจักรพุ่ง 83.4%

ด้านการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น 83.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 42.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ลดลง 3.5%

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนในหมวดก่อสร้างยังมีสัญญาณอ่อนตัว โดยปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ลดลง 4.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้จะเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

ส่งออกโต 24% ต่อเนื่องเดือนที่ 27 ตลาดสหรัฐฯ หนุน

ขณะที่ภาคการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27

หากไม่รวมน้ำมัน สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย มูลค่าการส่งออกขยายตัว 28.2% โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 117.5% เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 59.4% และแผงวงจรไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 45.9%

นอกจากนี้ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เพิ่มขึ้น 34.8% ยางพาราเพิ่มขึ้น 29.8% อาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น 17.2% และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็งเพิ่มขึ้น 15.6% ขณะที่การส่งออกน้ำตาลทรายและเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบปรับตัวลดลง

เมื่อพิจารณาตลาดส่งออกสำคัญ พบว่าตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวสูงสุด 50.1% รองลงมา ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย 37.7% สหภาพยุโรป 34.0% ญี่ปุ่น 19.0% และจีน 18.4% ขณะที่ตลาดอินเดียและตะวันออกกลางหดตัว 1.6% และ 8.7% ตามลำดับ

ท่องเที่ยวต่างชาติหด 10.5% อุตสาหกรรมฟื้นตัว

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทาน พบว่าภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรมีทิศทางขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว โดยเดือนกันยายน 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 22.5 ล้านคน ลดลง 0.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวน 2.00 ล้านคน ลดลง 10.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล

ด้านภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.7 จากระดับ 89.7 ในเดือนก่อนหน้า

เช่นเดียวกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย (PMI) เดือนกันยายน 2569 ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 54.3 จากระดับ 53.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนว่าภาคการผลิตยังอยู่ในภาวะขยายตัว

เงินเฟ้อ 2.82% หนี้สาธารณะ 67.9% ต่อ GDP

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 2.82% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.50% ส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 67.9% ต่อ GDP ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

ขณะที่เสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับมั่นคง สามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ โดยทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 อยู่ในระดับสูงที่ 276.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจโลกยังขยายตัว จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลาง

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมทั่วโลก (Global Composite PMI) เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 54.3 จุด สูงกว่าระดับ 50 จุด สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

ส่วนดัชนีภาคการผลิตทั่วโลก (Global Manufacturing PMI) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.0 จุด จาก 52.3 จุดในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีภาคบริการทั่วโลก (Global Service PMI) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 54.5 จุด จาก 53.6 จุด สะท้อนการขยายตัวของทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ

อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวโลกยังมีทิศทางหดตัวเล็กน้อย จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นหลัก ขณะที่ธนาคารกลางในหลายประเทศยังให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงาน โดยมีทั้งการปรับขึ้นและคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่สร้างความเสี่ยงต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยเพิ่มความไม่แน่นอนต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง รวมถึงมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และการตอบโต้จากประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลกในระยะต่อไป

เงินทุนต่างชาติผันผวน หุ้นไทยขายสุทธิ แต่ตราสารหนี้ซื้อกลับ

ส่วนสถานการณ์ตลาดการเงินไทย ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 มีมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยประมาณ 67,040.05 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 952.44 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม นักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะขายสุทธิ 2,572.19 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาตั้งแต่ต้นปี (YTD) ยังคงมีสถานะซื้อสุทธิ 22,538.02 ล้านบาท

ด้านนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศขายสุทธิ 1,102.20 ล้านบาทในวันดังกล่าว แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนยังซื้อสุทธิ 519.82 ล้านบาท และมียอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปี 54,772.56 ล้านบาท

ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 719.61 ล้านบาท โดยภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนซื้อสุทธิ 5,938.24 ล้านบาท แต่ยังมียอดขายสุทธิตั้งแต่ต้นปี 79,981.28 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 569.84 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนขายสุทธิ 3,885.87 ล้านบาท และมียอดขายสุทธิตั้งแต่ต้นปี 2,670.69 ล้านบาท

สำหรับตลาดตราสารหนี้ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 534 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 22,137.40 ล้านบาท พลิกกลับมาซื้อสุทธิเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 15,115.33 ล้านบาท