thansettakij
thansettakij
คลังรื้อสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ใช้ประกันแทน เซฟงบ 4.5 หมื่นล้าน

คลังรื้อสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ใช้ประกันแทน เซฟงบ 4.5 หมื่นล้าน

30 ต.ค. 69 | 03:41 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 04:39 น.

คลังจ่อปฏิรูปสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ใช้ระบบประกันภัย เชื่อมฐานข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ ตั้งเป้าลดงบเหลือ 4.5 หมื่นล้านบาทต่อปี

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังศึกษาแนวทางปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยจะนำระบบประกันภัยมาใช้แทนการใช้งบประมาณโดยตรง
  • มีเป้าหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากปัจจุบันเกือบ 1 แสนล้านบาทต่อปี ให้เหลือประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท โดยยังคงสิทธิประโยชน์เดิมของข้าราชการไว้
  • จะมีการผลักดันให้โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วย เพื่อตรวจสอบการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนและป้องกันการทุจริตจากการสั่งยา

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างศึกษาการปฏิรูประบบงบประมาณรายจ่ายของภาครัฐ โดยเฉพาะงบค่ารักษาพยาบาลข้าราชการที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงงบประมาณสำหรับดูแลและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นภาระที่รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเข้ามารองรับ

แนวทางสำคัญคือ การนำระบบประกันภัยเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดินในการจ่ายชดเชยโดยตรง โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการในส่วนของประกันภัยพิบัติแห่งชาติแล้ว และอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายแนวคิดไปสู่การปฏิรูประบบงบประมาณค่ารักษาพยาบาลภาครัฐ 

เชื่อมฐานข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ 

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการผลักดันให้โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งเชื่อมโยงข้อมูลการรักษา การสั่งจ่ายยา และประวัติผู้ป่วยเข้าสู่ระบบกลาง ปัจจุบันโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบแล้ว แต่ยังมีช่องว่างจากโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย ที่ยังไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด

การเชื่อมโยงข้อมูลทั่วประเทศจะช่วยตรวจสอบการใช้สิทธิรักษาพยาบาลและการเบิกจ่ายได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยมุ่งป้องกันการรับยาชนิดเดิมจากหลายโรงพยาบาล ตรวจสอบข้อมูลการเจ็บป่วยที่อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงคัดกรองพฤติกรรมการสั่งจ่ายยาที่มีปริมาณสูงผิดปกติ

แหล่งข่าวระบุว่า ยังพบข้อมูลน่าสงสัยเกี่ยวกับแพทย์บางกลุ่มที่อาจสั่งจ่ายยาเพื่อรับผลประโยชน์ตอบแทนหรือค่าคอมมิชชันประมาณ 20% จากตัวแทนขายยา การเชื่อมโยงข้อมูลจึงจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรูปแบบการสั่งจ่ายยาและความผิดปกติได้อย่างเป็นระบบ ลดโอกาสที่งบประมาณภาครัฐจะรั่วไหลจากการใช้สิทธิไม่เหมาะสม

ตั้งเป้าลดงบค่ารักษาพยาบาลเหลือ 4.5 หมื่นล้านบาทต่อปี

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลข้าราชการสูงเกือบ 100,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่การตั้งงบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาทต่อปี กระทรวงการคลังจึงศึกษาการใช้กลไกประกันภัยร่วมกับการตรวจคัดกรองฟรี และการกำกับการจ่ายยาตามบัญชียามาตรฐาน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและป้องกันการทุจริต

คลังรื้อสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ใช้ประกันแทน เซฟงบ 4.5 หมื่นล้าน

เป้าหมายเบื้องต้นคือการลดรายจ่ายลงเหลือประมาณ 45,000 ล้านบาทต่อปี โดยยังคงสิทธิประโยชน์และมาตรฐานการรักษาพยาบาลของข้าราชการไว้ตามเดิม ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษา ไม่ใช่การเปลี่ยนระบบสวัสดิการที่มีผลบังคับใช้แล้ว

ลุยประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ใช้งบ 1.55 หมื่นล้าน 

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลเริ่มใช้นโยบายประกันภัยพิบัติแห่งชาติอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อปรับรูปแบบการเยียวยาผู้ประสบภัย จากเดิมที่ต้องจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือโดยตรง ซึ่งมีภาระสูงกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี มาเป็นระบบประกันภัยที่ใช้หลักเกณฑ์และการประเมินความเสียหายตามหลักวิทยาศาสตร์

ภายใต้โครงการนี้ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 15,500 ล้านบาทต่อปีเพื่อจ่ายเบี้ยประกันภัย แลกกับวงเงินรับประกันความเสียหายรวม 75,000 ล้านบาทต่อปี โดยเปิดให้บริษัทประกันวินาศภัยในประเทศเข้าร่วมตามขีดความสามารถและสภาพคล่อง พร้อมทำประกันภัยต่อกับบริษัทต่างประเทศมากกว่าครึ่งหนึ่งของวงเงินรับประกัน เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดภาระที่บริษัทประกันภัยในประเทศต้องแบกรับ

รัฐบาลและภาคเอกชนมองการบริหารโครงการในระยะยาวประมาณ 5-10 ปี โดยรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณจ่ายเบี้ยประกันภัยอย่างต่อเนื่อง แต่เห็นว่ามีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับภาระการเยียวยาหลังเกิดภัยพิบัติที่สูงกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,247 วันที่ 25 - 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569