thansettakij
thansettakij
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน

คลังตั้งการ์ด 'โซลาร์ภาคประชาชน' คุม มท.ใช้เงินกู้แจ้งรายเดือน เหลือส่งคืน

28 ต.ค. 69 | 02:25 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ต.ค. 69 | 02:35 น.

กระทรวงการคลัง แจ้งครม. โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ขอให้กระทรวงมหาดไทย กำชับ กฟน. กฟภ. ใช้เงินให้คุ้มค่า แจ้งรายเดือน ถ้าเหลือส่งคืนโดยเร็ว ไม่ขัดสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ

KEY

POINTS

  • ครม. อนุมัติโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน วงเงินกู้ 50,000 ล้านบาท
  • กระทรวงการคลังกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยให้ใช้จ่ายเงินกู้ตามโครงการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
  • กระทรวงการคลังกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องส่งคืนเงินกู้ที่เหลือจ่ายเข้าบัญชีเงินฝากคลังโดยเร็วที่สุด
  • ผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ค่าติดตั้งระบบโซลาร์ซ้ำซ้อนได้

ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน กรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาททั่วประเทศไทย โดยเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 – 31 มกราคม 2570 นั้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้เสนอความคิดเห็นประกอบการพิจารณาโครงการโซลาร์ภาคประชาชนต่อที่ประชุมครม. มีเนื้อหาว่า เห็นควรให้ความเห็นชอบโครงการ Solar ภาคประชาชน ของกระทรวงมหาดไทย โดยขอให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ กฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

 

นายกฯ เปิดโครงการโซลาร์ภาคประชาชน

 

ทั้งนี้เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และบรรลุผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ขอให้กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลให้กระทรวงมหาดไทย กฟน. และ กฟภ. ดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนด และติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด 

เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ กระทรวงมหาดไทยดำเนินโครงการและอนุมัติกรอบวงเงินกู้ ขอให้กระทรวงมหาดไทย จัดทำแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินกู้รายเดือนให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้จ่ายและบริหารหนี้สาธารณะให้มีต้นทุนที่เหมาะสมต่อไป

ขณะเดียวกันเพื่อให้การบริหารจัดการเงินกู้ตามพระราชกำหนดฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้กระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ อย่างเคร่งครัด และหากโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินกู้ตามโครงการอีก หรือหากมีเงินกู้เหลือจ่ายของโครงการนั้น ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานเงินกู้เหลือจ่ายให้กระทรวงการคลังทราบ และส่งคืนเงินกู้เหลือจ่ายเข้าบัญชีเงินฝากคลังโดยเร็ว

สำหรับหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งกำหนดให้ต้องไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หากหน่วยงานที่รับลงทะเบียนประสงค์จะขอข้อมูลจากกรมสรรพากรเพื่อใช้ตรวจสอบคุณสมบัติดังกล่าว หน่วยงานจะต้องขอให้ผู้เข้าร่วมโครงการยินยอมให้กรมสรรพากรตรวจสอบข้อมูลการใช้สิทธิและนำส่งข้อมูลนั้นให้แก่หน่วยงาน 

ทั้งนี้ กรมสรรพากรไม่ขัดข้องกับการออกกฎหมายยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุนที่ได้รับ เนื่องจาก เป็นเงินสนับสนุนจากภาครัฐที่ต้องนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนดทั้งจำนวน โดยที่ผ่านมากรมสรรพากรมีการออกกฎหมายยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุนในลักษณะทำนองนี้หลายครั้ง 

อย่างไรก็ดี การออกกฎหมายดังกล่าวต้องดำเนินการตามประมวลรัษฎากร และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยกรมสรรพากรต้องจัดทำประมาณการการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับตามมาตรา 27 และ 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังฯ เพื่อประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อครม. เมื่อครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรจะได้เสนอร่างกฎหมาย ต่อครม.เพื่อพิจารณาต่อไป

ส่วนการเบิกจ่ายเงิน กรมบัญชีกลางจะดำเนินการเบิกจ่ายเงินและโอนเงินให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ Solar ภาคประชาชน เมื่อได้รับแจ้งข้อมูลการจ่ายเงินที่ถูกต้องจากกระทรวงมหาดไทยด้วยวิธีดำเนินการแทน

ขณะที่การประกาศลดอัตราอากร หรือยกเว้นอากรสำหรับของใด ๆ จากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร สามารถทำได้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศหรือเพื่อความผาสุกของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากโครงการ Solar ภาคประชาชน มีแนวทางส่งเสริมการใช้วัตถุดิบชิ้นส่วน อุปกรณ์ และบริการที่ผลิตหรือดำเนินการโดยผู้ประกอบการภายในประเทศ 

เพื่อให้เงินลงทุนก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของประเทศ ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัย และผลประโยชน์ของประชาชน ดังนั้น กรมศุลกากรจึงไม่มีข้อขัดข้องในหลักการ โดยจะหารือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อพิจารณารายการวัตถุดิบที่จะยกเว้นอากรอย่างรอบคอบต่อไป