
ไทยรุกชิงตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ดันผู้ผลิต OEM สร้างแบรด์ เพิ่มมูลค่าส่งออก
ไทยเร่งเครื่องชิงตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ดันผู้ผลิต OEM สร้างแบรนด์ตัวเอง เพิ่มมูลค่าส่งออก เดินหน้าดึงผู้ซื้อ 80 ประเทศเจรจาธุรกิจในประเทศ
KEY
POINTS
- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มีนโยบายผลักดันไทยสู่การเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งของโลก โดยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศ
- ส่งเสริมผู้ผลิตที่รับจ้างผลิต (OEM) ให้ต่อยอดศักยภาพไปสู่การพัฒนาและสร้างแบรนด์สินค้าของตนเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและความสามารถในการแข่งขัน
- สร้างเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้ซื้อจากต่างประเทศผ่านงาน Pet Fair South East Asia 2026 เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า การเจรจาธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ
นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ไทยมีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก โดยปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า 3,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.15% จากปีก่อนหน้า
กรมฯมีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศ ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี และเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งของโลก
นายดวงเด็ด ย้วยความดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า ได้ดำเนินการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่การค้าระดับโลก โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีศักยภาพด้านการผลิตและการส่งออก เพื่อผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยล่าสุดได้ดำเนินการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ส่งออก เจ้าของแบรนด์ ผู้จัดจำหน่าย และผู้ซื้อจากตลาดต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการสร้างเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาคร่วมกับ Globus Events Limited ผ่าน Pet Fair South East Asia 2026 ซึ่งจะมีผู้แสดงสินค้าประมาณ 450 บริษัทจาก 35 ประเทศ โดยประมาณ 70% เป็นบริษัทต่างชาติ รวมถึงตั้งเป้ามีผู้เข้าชมงานกลุ่มธุรกิจกว่า 12,500 คนจากกว่า 80 ประเทศ
“หนึ่งในโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทย คือ การต่อยอดศักยภาพการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างประเทศ หรือ OEM ไปสู่การพัฒนาสินค้าและแบรนด์ของตนเอง โดยใช้ความพร้อมด้านกระบวนการผลิต มาตรฐานสินค้า และนวัตกรรมเป็นปัจจัยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน การดำเนินการดังกล่าวจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจากับผู้ซื้อและเจ้าของแบรนด์จากต่างประเทศโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์โภชนาการ สินค้าสุขภาพ เครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงบรรจุภัณฑ์และบริการรับจ้างผลิต“
สร้างโอกาสความร่วมมือผู้ผลิต-ผู้ซื้อ
นอกจากนี้ การดำเนินการดังกล่าวยังมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ซื้อสามารถพบปะเจรจาและพัฒนาความร่วมมือทางการค้าระหว่างกันผ่าน Business Matching Program เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาคู่ค้าที่ตรงกับความต้องการและนัดหมายเจรจาล่วงหน้า ควบคู่กับกิจกรรม Pet Innovators Pitch สำหรับนำเสนอผลิตภัณฑ์และแนวคิดธุรกิจใหม่
อีกทั้งยังมีการประชุมและสัมมนาเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด เทคโนโลยีการผลิต และนวัตกรรมด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ผู้ประกอบการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
กระตุ้นเศรษฐกิจ-การลงทุน
นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า การจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน เพราะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับเครือข่ายธุรกิจจากต่างประเทศ รวมถึงสร้างรายได้จากการเดินทางเข้ามาของนักธุรกิจนานาชาติ โดยการจัดงานในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมกลุ่มธุรกิจเป็นกว่า 12,500 คน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 12% จากปีก่อนหน้า
”งานดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย ทั้งการเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่ การพัฒนาความร่วมมือด้านการผลิต และการสร้างเครือข่ายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยในระยะยาว โดยงานจะมีวันที่ 28-30 ต.ค. 69 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค“







