
DITP บุกตลาดสัตว์เลี้ยงเวียดนาม จับคู่ 330 คู่ ปิดดีลทะลุ 60 ล้าน
DITP บุกตลาดสัตว์เลี้ยงเวียดนาม จับคู่ 330 คู่ ปิดดีลทะลุ 60 ล้าน
KEY
POINTS
- เทรนด์คนรุ่นใหม่เลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัว ดัน “Pet Economy” โตแรง กลายเป็นอุตสาหกรรมดาวเด่น
- DITP นำทีมพาผู้ประกอบการไทย 22 บริษัทจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้า 58 ราย กว่า 330 คู่ ปิดดีลวันเดียวทะลุ 60 ล้านบาท
พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงในฐานะ “สมาชิกครอบครัว” มากขึ้น กำลังผลักดันให้เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Economy ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่การใช้จ่ายเน้นอาหารและของใช้พื้นฐาน ปัจจุบันครอบคลุมตั้งแต่สินค้าเพื่อสุขภาพ ของเล่น อุปกรณ์ สปา ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น สะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการในการพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่มเข้าสู่ตลาดเฉพาะกลุ่มที่กำลังเติบโต
DITP ปูทางผู้ประกอบการไทย เจาะตลาดเวียดนาม
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดโครงการนำคณะผู้แทนการค้าสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงไทยเดินทางไปเจรจาการค้า ณ โรงแรม Lotte Hotel Saigon นครโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
นำทีมผู้ประกอบการไทย 22 ราย ครอบคลุมสินค้า 6 กลุ่ม ได้แก่ อาหารและของว่างสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้าเพื่อการรักษาและดูแลสุขภาพ สินค้าชำระล้างและบำรุง ของเล่น สินค้าตกแต่งและไลฟ์สไตล์ รวมถึงแฟชั่นสำหรับสัตว์เลี้ยง
การเจรจาครั้งนี้มีผู้นำเข้าเวียดนามเข้าร่วม 58 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 330 คู่ และสามารถตกลงซื้อขายได้แล้วประมาณ 60 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มเติมในระยะต่อไป รวมถึงเกิดความร่วมมือและการเป็นพันธมิตรทางการค้าในหลากหลายรูปแบบ
นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพของไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเปิดตลาดใหม่และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะตลาด Niche Market ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ รูปแบบ และความหลากหลาย
“ตลาดเวียดนาม โดยเฉพาะนครโฮจิมินห์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และมีความสัมพันธ์ทางการค้าใกล้ชิดกับไทย ทั้งภายใต้กรอบอาเซียนและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไทย ให้เข้าถึงผู้บริโภคและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว”
สำรวจตลาดจริง ดันสินค้าไทยให้ตรงใจคนเวียดนาม
นอกจากการเจรจาธุรกิจ DITP ยังนำคณะผู้ประกอบการไทยลงพื้นที่สำรวจตลาดและศึกษาความต้องการของผู้บริโภคและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในเวียดนาม ทั้งโรงพยาบาลสัตว์ สปาสำหรับสัตว์เลี้ยง และร้านค้าจำหน่ายสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นแนวโน้มตลาดและนำข้อมูลไปพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
เวียดนามตลาดดาวรุ่ง Pet Economy
ปี 2568 เวียดนามเป็นตลาดส่งออกสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไทยอันดับ 10 มีมูลค่าการส่งออกเกือบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกว่า 99% เป็นสินค้าในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง สะท้อนถึงการยอมรับสินค้าไทยและความต้องการในตลาดเวียดนาม
ขณะที่ข้อมูลจากผู้จัดงานแสดงสินค้า InterPetFest ระบุว่า ตลาดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในเวียดนามมีมูลค่าประมาณ 156 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 168 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 เติบโตเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดเวียดนามให้กว้างกว่าเดิม จากเดิมที่การส่งออกส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ไปสู่สินค้าอื่นที่มีมูลค่าเพิ่ม ทั้งของใช้ อุปกรณ์ สินค้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงนวัตกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้เลี้ยงยุคใหม่
DITP ระบุว่า จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการแสวงหาตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการส่งออกและเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไทยมีความพร้อมทั้งด้านการผลิต คุณภาพ มาตรฐาน และความหลากหลาย จึงมีโอกาสต่อยอดการส่งออกไปยังตลาดเวียดนามและตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง







