thansettakij
thansettakij
“ภาวุธ”เปิดข้อมูลไทยขาดดุลดิจิทัล 6 เดือนแรก จ่าย 20 แพลตฟอร์มข้ามชาติ 1.38 แสนล้าน

“ภาวุธ”เปิดข้อมูลไทยขาดดุลดิจิทัล 6 เดือนแรก จ่าย 20 แพลตฟอร์มข้ามชาติ 1.38 แสนล้าน

27 ต.ค. 69 | 12:41 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ต.ค. 69 | 12:53 น.

“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” เปิดข้อมูลคนไทยใช้จ่ายผ่าน 20 แพลตฟอร์มข้ามชาติ ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 รวม 1.38 แสนล้านบาท ชี้เงินไม่ได้ไหลออกนอกประเทศทั้งหมด พร้อมเสนอรัฐบาลเร่งเก็บข้อมูลและหนุนธุรกิจดิจิทัลไทย

KEY

POINTS

  • คนไทยใช้จ่ายผ่าน 20 แพลตฟอร์มดิจิทัลข้ามชาติในช่วง 6 เดือนแรก เป็นมูลค่ารวมกว่า 1.38 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนปัญหาการขาดดุลดิจิทัลของประเทศ
  • Shopee เป็นแพลตฟอร์มที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดเกือบ 7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งหมด ตามมาด้วย Facebook, TikTok, Lazada และ Agoda
  • นายภาวุธเสนอ 5 แนวทางเพื่อลดการขาดดุลดิจิทัล เช่น การสนับสนุนแพลตฟอร์มไทยให้แข่งขันได้ และการสร้างความเป็นธรรมด้านภาษีกับแพลตฟอร์มต่างชาติ

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัล เปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายของคนไทยผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 พบว่า 20 แพลตฟอร์มแรกมีมูลค่าการใช้จ่ายรวมประมาณ 138,693 ล้านบาท

ข้อมูลดังกล่าวมาจากการสำรวจของสมาคมธนาคารไทย โดยรวบรวมข้อมูลจากธนาคารสมาชิก 11 แห่ง จากทั้งหมด 15 แห่ง ครอบคลุมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และโมบายแบงก์กิ้ง

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัล

นายภาวุธ กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการได้เชิญธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และกรมสรรพากร ร่วมหารือและขอความร่วมมือรวบรวมข้อมูล เพื่อให้เห็นทิศทางการใช้จ่ายของคนไทยผ่านบริการดิจิทัลต่างชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปัญหาการขาดดุลดิจิทัลของประเทศไทย

Shopee อันดับ 1 คนไทยใช้จ่ายเกือบ 7 หมื่นล้าน

สำหรับ 5 อันดับแพลตฟอร์มต่างชาติที่คนไทยใช้จ่ายสูงสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ได้แก่

  1. Shopee มูลค่า 69,844 ล้านบาท จำนวน 77.09 ล้านรายการ
  2. Facebook มูลค่า 15,149 ล้านบาท จำนวน 10.36 ล้านรายการ
  3. TikTok มูลค่า 12,592 ล้านบาท จำนวน 39.62 ล้านรายการ
  4. Lazada มูลค่า 12,041 ล้านบาท จำนวน 6.86 ล้านรายการ
  5. Agoda มูลค่า 5,693 ล้านบาท จำนวน 1.25 ล้านรายการ

นายภาวุธ ระบุว่า ยอดใช้จ่ายผ่าน Shopee เพียงแพลตฟอร์มเดียวคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่ารวม 20 อันดับแรก

“ภาวุธ”เปิดข้อมูลไทยขาดดุลดิจิทัล 6 เดือนแรก จ่าย 20 แพลตฟอร์มข้ามชาติ 1.38 แสนล้าน

ส่วนแพลตฟอร์มอื่นที่ติดอันดับ ได้แก่ บริการด้านการท่องเที่ยวอย่าง Trip.com, Booking.com และ Traveloka รวมถึง Grab, Apple, Google, LINE และ Netflix

ชี้ยอดใช้จ่ายไม่ได้ไหลออกนอกประเทศทั้งหมด

นายภาวุธ กล่าวว่า ยอดใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มข้ามชาติ ไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดไหลออกนอกประเทศ เนื่องจากบางส่วนเป็นเงินที่จ่ายให้ร้านค้าไทยซึ่งจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม

อย่างไรก็ตาม ค่าคอมมิชชัน ค่าโฆษณา ค่าสมาชิก และค่าบริการต่าง ๆ เป็นส่วนที่ต้องติดตามว่าไหลไปต่างประเทศมากน้อยเพียงใด โดยข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้ภาครัฐเห็นทิศทางการใช้จ่ายและนำไปประกอบการกำหนดนโยบายได้ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลครอบคลุมเพียงช่วง 6 เดือนแรกของปี และรวบรวมจากธนาคารสมาชิกที่เข้าร่วมสำรวจ 11 แห่ง จึงยังไม่ใช่ยอดใช้จ่ายทั้งหมดตลอดปี และไม่สามารถนำยอดรวมไปสรุปเป็นมูลค่าเงินที่ไหลออกนอกประเทศได้โดยตรง

เสนอ 5 แนวทางลดขาดดุลดิจิทัล

นายภาวุธ เสนอให้รัฐบาลนำข้อมูลไปผลักดันเป็นมาตรการลดการขาดดุลดิจิทัล โดยมี 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่

  • เก็บข้อมูลให้ครบและต่อเนื่อง ให้ธนาคารรายงานข้อมูลทุกไตรมาส และแยกให้ชัดเจนว่าเงินส่วนใดถึงมือร้านค้าไทย และส่วนใดจ่ายไปต่างประเทศ
  • สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ดูแลให้แพลตฟอร์มต่างชาติที่มีรายได้จากคนไทยเสียภาษีอย่างถูกต้อง และไม่ให้ผู้ขายออนไลน์รายเล็กถูกเอาเปรียบจากค่าธรรมเนียม
  • สนับสนุนแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการดิจิทัลไทย ทั้งการส่งเสริมให้ภาครัฐใช้บริการของไทย สนับสนุนเงินทุนและขยายตลาด โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยว อาหาร และการค้าออนไลน์
  • เพิ่มการส่งออกบริการดิจิทัล ทั้งคอนเทนต์ เกม ซอฟต์แวร์ และบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อสร้างรายได้กลับเข้าประเทศ
  • พัฒนาทักษะดิจิทัลของคนไทย ให้สามารถสร้างเทคโนโลยีและใช้เครื่องมือจากต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้

นายภาวุธ กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าให้เลิกใช้แพลตฟอร์มต่างชาติ เนื่องจากบริการเหล่านี้มีความสะดวกและช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น แต่รัฐบาลควรทราบทิศทางการใช้จ่ายและหาแนวทางให้คนไทยได้รับส่วนแบ่งจากเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น พร้อมนำข้อมูลไปต่อยอดเป็นมาตรการที่จับต้องได้