
“ภาวุธ”เปิดข้อมูลไทยขาดดุลดิจิทัล 6 เดือนแรก จ่าย 20 แพลตฟอร์มข้ามชาติ 1.38 แสนล้าน
“ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” เปิดข้อมูลคนไทยใช้จ่ายผ่าน 20 แพลตฟอร์มข้ามชาติ ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 รวม 1.38 แสนล้านบาท ชี้เงินไม่ได้ไหลออกนอกประเทศทั้งหมด พร้อมเสนอรัฐบาลเร่งเก็บข้อมูลและหนุนธุรกิจดิจิทัลไทย
KEY
POINTS
- คนไทยใช้จ่ายผ่าน 20 แพลตฟอร์มดิจิทัลข้ามชาติในช่วง 6 เดือนแรก เป็นมูลค่ารวมกว่า 1.38 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนปัญหาการขาดดุลดิจิทัลของประเทศ
- Shopee เป็นแพลตฟอร์มที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดเกือบ 7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งหมด ตามมาด้วย Facebook, TikTok, Lazada และ Agoda
- นายภาวุธเสนอ 5 แนวทางเพื่อลดการขาดดุลดิจิทัล เช่น การสนับสนุนแพลตฟอร์มไทยให้แข่งขันได้ และการสร้างความเป็นธรรมด้านภาษีกับแพลตฟอร์มต่างชาติ
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัล เปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายของคนไทยผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติในช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 พบว่า 20 แพลตฟอร์มแรกมีมูลค่าการใช้จ่ายรวมประมาณ 138,693 ล้านบาท
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการสำรวจของสมาคมธนาคารไทย โดยรวบรวมข้อมูลจากธนาคารสมาชิก 11 แห่ง จากทั้งหมด 15 แห่ง ครอบคลุมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และโมบายแบงก์กิ้ง
นายภาวุธ กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการได้เชิญธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และกรมสรรพากร ร่วมหารือและขอความร่วมมือรวบรวมข้อมูล เพื่อให้เห็นทิศทางการใช้จ่ายของคนไทยผ่านบริการดิจิทัลต่างชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปัญหาการขาดดุลดิจิทัลของประเทศไทย
Shopee อันดับ 1 คนไทยใช้จ่ายเกือบ 7 หมื่นล้าน
สำหรับ 5 อันดับแพลตฟอร์มต่างชาติที่คนไทยใช้จ่ายสูงสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ได้แก่
- Shopee มูลค่า 69,844 ล้านบาท จำนวน 77.09 ล้านรายการ
- Facebook มูลค่า 15,149 ล้านบาท จำนวน 10.36 ล้านรายการ
- TikTok มูลค่า 12,592 ล้านบาท จำนวน 39.62 ล้านรายการ
- Lazada มูลค่า 12,041 ล้านบาท จำนวน 6.86 ล้านรายการ
- Agoda มูลค่า 5,693 ล้านบาท จำนวน 1.25 ล้านรายการ
นายภาวุธ ระบุว่า ยอดใช้จ่ายผ่าน Shopee เพียงแพลตฟอร์มเดียวคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่ารวม 20 อันดับแรก
ส่วนแพลตฟอร์มอื่นที่ติดอันดับ ได้แก่ บริการด้านการท่องเที่ยวอย่าง Trip.com, Booking.com และ Traveloka รวมถึง Grab, Apple, Google, LINE และ Netflix
ชี้ยอดใช้จ่ายไม่ได้ไหลออกนอกประเทศทั้งหมด
นายภาวุธ กล่าวว่า ยอดใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มข้ามชาติ ไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดไหลออกนอกประเทศ เนื่องจากบางส่วนเป็นเงินที่จ่ายให้ร้านค้าไทยซึ่งจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ตาม ค่าคอมมิชชัน ค่าโฆษณา ค่าสมาชิก และค่าบริการต่าง ๆ เป็นส่วนที่ต้องติดตามว่าไหลไปต่างประเทศมากน้อยเพียงใด โดยข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้ภาครัฐเห็นทิศทางการใช้จ่ายและนำไปประกอบการกำหนดนโยบายได้ชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลครอบคลุมเพียงช่วง 6 เดือนแรกของปี และรวบรวมจากธนาคารสมาชิกที่เข้าร่วมสำรวจ 11 แห่ง จึงยังไม่ใช่ยอดใช้จ่ายทั้งหมดตลอดปี และไม่สามารถนำยอดรวมไปสรุปเป็นมูลค่าเงินที่ไหลออกนอกประเทศได้โดยตรง
เสนอ 5 แนวทางลดขาดดุลดิจิทัล
นายภาวุธ เสนอให้รัฐบาลนำข้อมูลไปผลักดันเป็นมาตรการลดการขาดดุลดิจิทัล โดยมี 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่
- เก็บข้อมูลให้ครบและต่อเนื่อง ให้ธนาคารรายงานข้อมูลทุกไตรมาส และแยกให้ชัดเจนว่าเงินส่วนใดถึงมือร้านค้าไทย และส่วนใดจ่ายไปต่างประเทศ
- สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ดูแลให้แพลตฟอร์มต่างชาติที่มีรายได้จากคนไทยเสียภาษีอย่างถูกต้อง และไม่ให้ผู้ขายออนไลน์รายเล็กถูกเอาเปรียบจากค่าธรรมเนียม
- สนับสนุนแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการดิจิทัลไทย ทั้งการส่งเสริมให้ภาครัฐใช้บริการของไทย สนับสนุนเงินทุนและขยายตลาด โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยว อาหาร และการค้าออนไลน์
- เพิ่มการส่งออกบริการดิจิทัล ทั้งคอนเทนต์ เกม ซอฟต์แวร์ และบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อสร้างรายได้กลับเข้าประเทศ
- พัฒนาทักษะดิจิทัลของคนไทย ให้สามารถสร้างเทคโนโลยีและใช้เครื่องมือจากต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้
นายภาวุธ กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าให้เลิกใช้แพลตฟอร์มต่างชาติ เนื่องจากบริการเหล่านี้มีความสะดวกและช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น แต่รัฐบาลควรทราบทิศทางการใช้จ่ายและหาแนวทางให้คนไทยได้รับส่วนแบ่งจากเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น พร้อมนำข้อมูลไปต่อยอดเป็นมาตรการที่จับต้องได้






