thansettakij
thansettakij
ล้างบางขยะพิษ อุตสาหกรรมส่ง 50 ทีมบุกตรวจ 1,500 โรงงาน 5 จังหวัด จ่อปิด-ยึดใบอนุญาต

ล้างบางขยะพิษ อุตสาหกรรมส่ง 50 ทีมบุกตรวจ 1,500 โรงงาน 5 จังหวัด จ่อปิด-ยึดใบอนุญาต

23 ต.ค. 69 | 05:19 น.

เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขยะพิษ 5 จังหวัด 50 ทีมตรวจโรงงาน คาด 1-2 เดือนรู้ผลใครทำผิด กระทรวงอุตสาหกรรมจ่อเพิ่มโทษทิ้งกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย

KEY

POINTS

  • กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งทีมเฉพาะกิจ 50 ทีม เพื่อเข้าตรวจสอบโรงงานคัดแยกและกำจัดขยะกว่า 1,500 แห่ง ใน 5 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปราจีนบุรี
  • หากตรวจพบโรงงานใดกระทำผิดกฎหมาย เช่น ลักลอบนำเข้าขยะพิษหรือจัดการไม่ถูกต้อง จะถูกดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดคือสั่งปิดกิจการและเพิกถอนใบอนุญาต
  • ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบโรงงานที่ผิดกฎหมายภายใน 1-2 เดือน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตอบกระทู้สดเรื่องการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือกากอุตสาหกรรมว่า ทำไมรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ พร้อมเสนอให้นำการสำแดงที่เข้าข่ายสุ่มเสียงการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดต้องเข้าเรดไลน์เพื่อตรวจเอ็กซเรย์ได้หรือไม่ ขอให้เยียวยาผู้เสียหายก่อนคดีถึงที่สุด รวมทั้งจัดการของเสีย ฟื้นฟูพื้นที่ใรระหว่างดำเนินคดีได้หรือไม่ หากทำได้จะใช้งบประมาณส่วนใด และกำหนดให้ส่วนใดเป็นผู้รับผิดชอบ มีกรอบเวลาดำเนินการอย่างไรของนายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ว่า

ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานคัดแยกและกำจัดขยะภายใต้ใบอนุญาตประเภท 105 และ 106 จำนวน 3,049 โรง ครึ่งหนึ่งอยู่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปราจีนบุรี ที่เกิดปัญหาแอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามา แอบตั้งสถานที่คัดแยก 

ตั้ง 50 ทีมตรวจโรงงานขยะพิษ

โดยได้ให้อุตสาหกรรมจังหวัดไปตรวจทุกโรงงานใน 5 จังหวัดกว่า 1,500 โรง ตั้งทีมตรวจสอบ 50 ทีมแบ่งเป็นจังหวัดละ 10 ทีมไปตรวจ หากพบทำไม่ถูกต้อง จะปิด ยึดใบอนุญาตต่างๆ รวมถึงบริหารจัดการขยะด้วย คาดว่าใน 1-2 เดือนจะได้รายละเอียดว่ามีแห่งใดผิดกฎหมาย

 

ทั้งนี้ กระทรวงฯให้ความสำคัญกับปัญหาการลักลอบนำขยะมาในประเทศไทย เพราะไทยไม่ใช่ถังขยะของโลก โดยปัจจุบันกฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เสนอให้เพิ่มโทษ กลุ่มคนเหล่านี้เลือกนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปทิ้ง เพราะโทษในการลักลอบทิ้งเบากว่า การกำจัดอย่างถูกวิธีต้องใช้เงิน 800,000 – 1,000,000 บาท 

ล้างบางขยะพิษ อุตสาหกรรมส่ง 50 ทีมบุกตรวจ 1,500 โรงงาน 5 จังหวัด จ่อปิด-ยึดใบอนุญาต

 

หากทิ้งแบบผิดกฎหมายแล้วถูกจับโทษปรับแค่ 200,000 – 300,000 บาท จึงต้องเพิ่มอัตราการลงโทษและความเข้มข้นขึ้น รวมถึงประสานปปง.เพื่อให้การทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกกฎหมายเป็นคดีความผิดการเงิน ที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ของผู้ประกอบการ 

ส่วนการเยียวยาเมื่อเกิดคดีจะใช้เวลานาน หากของกลางที่เป็นอันตรายกับประชาชน สามารถเข้าไปดำเนินการก่อนได้ เมื่อคดีจะไปเก็บค่าเสียหายจากผู้ประกอบการ

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายลงพื้นที่ตรวจสอบพบ 4 บริษัท มีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรีจึงส่งข้อมูลหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน สอบสวน และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่อาจเป็นนอมินีด้วย

“ได้ขยายผลตรวจสอบธุรกิจขยะในจ.ปราจีนบุรีที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น พบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงประกอบธุรกิจประเภทขยะ 44 ราย เป็นธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 41 ราย และ ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น 3 ราย”