
ขยะโซลาร์-แบต EV จ่อทะลัก ไทยเร่งตั้งนิคมรีไซเคิลรับมือขยะอุตสาหกรรม
ไทยเร่งรับมือขยะโซลาร์-แบต EV เตรียมตั้งนิคมรีไซเคิล ก่อนขยะทะลัก พร้อมเดินหน้าดัน AI พลิกเกษตรไทย ข้าวตันละ 7-8 พันบาท แปรรูปเพิ่มมูลค่าหลายหมื่น
KEY
POINTS
- ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาขยะจากแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจำนวนมากในอีก 1-2 ปีข้างหน้าเนื่องจากใกล้หมดอายุการใช้งาน
- กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งผลักดันการจัดตั้ง "นิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล" เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมโรงงานกำจัดและรีไซเคิลขยะอันตรายเหล่านี้โดยเฉพาะภายใต้การควบคุมที่เข้มงวด
- ภาครัฐเตรียมแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษและค่าปรับสำหรับผู้ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมให้สูงขึ้น เพื่อให้การกำจัดอย่างถูกวิธีเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการจ่ายค่าปรับ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในรายการคุยกับ ครม. อนุทินประจำวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 2569 ถึงทิศทางอุตสาหกรรมไทย โดยระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจต้องไม่แลกกับปัญหามลพิษ โดยประเด็นที่ให้น้ำหนักมาก คือการจัดการกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย หลังยอมรับว่ากฎหมายบางฉบับใช้มานาน 40-50 ปี โทษปรับเดิมไม่เกิน 200,000 บาท ต่ำจนผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกจ่ายค่าปรับแทนการบำบัดของเสียที่ถูกต้อง
ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างแก้ พ.ร.บ.โรงงาน และกฎหมายกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI และศุลกากร เพื่อยกระดับการเอาผิดให้เชื่อมถึงเส้นทางการเงิน ตามยึดทรัพย์เจ้าของกิจการ และผลักดันค่าปรับไปถึงระดับ 8 หลัก
“วันนี้การลงโทษถูกกว่าการนำไปบำบัด หากโทษเบาเกินไปก็ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว จึงต้องทำให้การฝ่าฝืนกฎหมายไม่คุ้ม และบังคับให้กากอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้อง"
เร่งรับมือขยะโซลาร์-แบต EV
อีกเรื่องที่ต้องเร่งเตรียมรับมือ คือขยะจากเทคโนโลยีสะอาด ทั้งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถอีวี (EV) ซึ่งจะทยอยหมดอายุในไม่กี่ปี โดยเฉพาะแผงโซลาร์ที่ใช้มานานราว 10 ปีและมีอายุใช้งานประมาณ 15 ปี ซึ่งอาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
กระทรวงฯ จึงเร่งผลักดันนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล รวบรวมโรงงานรีไซเคิลและกำจัดของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมและการติดตามตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ซากแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปกองปะปนกับขยะทั่วไป
แบตเตอรี่ EV ที่หมดสภาพจากการใช้งานในรถไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งทั้งหมด บางส่วนสามารถนำไปปรับสภาพ (recondition) และใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS ได้ ส่วนที่เสื่อมจริงต้องกำจัดอย่างถูกวิธี เพราะมีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ดัน AI พลิกเกษตรไทย
ด้านปากท้องกระทรวงเดินหน้าแนวคิด AI ยกกำลัง 2 ดึงเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมขั้นสูงมาเชื่อมกับภาคเกษตร ซึ่งมีแรงงานเกือบ 30% ของประเทศ แต่สร้าง GDP ราว 8% เพื่อไม่ให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างเศรษฐกิจใหม่กับฐานรากถ่างกว้างขึ้น
AI จะถูกใช้ตั้งแต่ต้นน้ำ ดูระบบให้น้ำ คุณภาพดิน และสภาพอากาศ กลางน้ำใช้ระบบอัตโนมัติช่วยแปรรูป และปลายน้ำใช้ AI อีคอมเมิร์ซ โซเชียลมีเดีย และโลจิสติกส์ช่วยหาตลาด ซึ่งวันนี้เรียกว่าหมดเวลาที่จะขายของเยอะ แต่ต้องขายของแพง
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัด คือข้าวที่ขายวัตถุดิบตันละประมาณ 7,000-8,000 บาท หากนำไปแปรรูปเป็นแป้งหรือผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออก มูลค่าอาจเพิ่มเป็นหลายหมื่นบาทต่อตัน ขณะที่อ้อยจะเน้นเพิ่มผลผลิตต่อไร่และค่าความหวาน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นจากพื้นที่เดิม เพื่อให้เทคโนโลยีไม่อยู่แค่ในห้องประชุม
กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง 4 ภาค ได้แก่ เหนือ กลาง อีสาน และใต้ รองรับผลผลิตเด่นของแต่ละพื้นที่ เช่น ข้าว อ้อย และยางพารา
สำหรับจุดแข็งของไทยอยู่ที่เครือข่าย SMEs กว่า 3.2 ล้านราย ซึ่งรวมตัวกันเป็นห่วงโซ่อุปทานของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยานยนต์ที่ทำงานร่วมกับญี่ปุ่นมานาน 60-70 ปี จนไทยได้รับการยอมรับว่ามี Supply Chain ที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ
ลั่นอุตฯยานยนต์ไม่เลือก EV ทางเดียว
อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยจะไม่เลือกเดินเส้นทาง EV เพียงทางเดียว แต่ใช้แนวทาง Multi-pathway เปิดพื้นที่ให้ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป รถไฮบริด PHEV รถไฟฟ้า BEV และเทคโนโลยีไฮโดรเจนในอนาคต พร้อมดูแลฐานค่ายญี่ปุ่นและซัพพลายเออร์เดิมที่สร้างงานให้คนไทยจำนวนมาก
กระทรวงอุตสาหกรรมและ SME D Bank จะเข้าช่วยทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ในการเปลี่ยนผ่าน ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องเพิ่มความแม่นยำและความยืดหยุ่นให้รองรับทั้ง ICE ไฮบริด และ EV เพราะไทยยังเป็นฐานผลิตรถส่งออกไปหลายตลาด ซึ่งแต่ละประเทศมีความต้องการเทคโนโลยีไม่เหมือนกัน
อีกโจทย์สำคัญคือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก เช่น CBAM ของยุโรป ที่เริ่มกดดันผู้ส่งออกไทยให้ใช้พลังงานสะอาด มีระบบบำบัดที่ได้มาตรฐาน และพัฒนาโรงงานไปสู่ Green Industry กระทรวงจะทำหน้าที่ทั้งกำกับมาตรฐานและช่วย SME เข้าถึงความรู้กับเงินทุนเพื่อปรับโรงงาน







