thansettakij
thansettakij
‘วราวุธ’ สั่งเคลียร์อลูมิเนียมดรอส 1.2 หมื่นตัน หวั่นก๊าซพิษ-ไฟไหม้กระทบชุมชน

‘วราวุธ’ สั่งเคลียร์อลูมิเนียมดรอส 1.2 หมื่นตัน หวั่นก๊าซพิษ-ไฟไหม้กระทบชุมชน

22 ส.ค. 69 | 10:08 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ส.ค. 69 | 10:08 น.

วราวุธลุยนครปฐม สั่งเคลียร์ด่วนอลูมิเนียมดรอส 1.2 หมื่นตัน หวั่นไฟไหม้-ก๊าซพิษกระทบชุมชน ชงแก้กฎหมายโรงงาน ยึดหลักผู้ก่อมลพิษจ่าย

KEY

POINTS

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม สั่งการให้เร่งจัดการกากอลูมิเนียมดรอสปริมาณกว่า 1.2 หมื่นตัน ที่ถูกทิ้งไว้ในโรงงานร้าง ณ จ.นครปฐม
  • กากอุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นวัตถุอันตราย เมื่อสัมผัสกับน้ำฝนที่รั่วซึม อาจก่อให้เกิดก๊าซพิษและมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
  • เหตุการณ์นี้เป็นตัวเร่งให้กระทรวงฯ ผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ. โรงงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบความเสียหายตามหลัก "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย"

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า  ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีได้รับกลิ่นเหม็นรบกวนจากโรงงานอลูมิเนียมดรอสที่หยุดประกอบกิจการและไม่มีผู้ดูแล ของบริษัท เอวาย 2021 จำกัด ตั้งอยู่ เลขที่ 68/2 หมู่ที่ 13 ถนนโพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม 

ซึ่งเป็นโรงงานที่ถูกดำเนินคดีข้อหาตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และครอบครองตะกรันอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน และอายัดสิ่งของที่อยู่ภายในและภายนอกอาคารโรงงานทั้งหมด 

‘วราวุธ’ สั่งเคลียร์อลูมิเนียมดรอส 1.2 หมื่นตัน หวั่นก๊าซพิษ-ไฟไหม้กระทบชุมชน

 

โดยสำนักงานอุตสาหกรรมนครปฐม (สอจ.นครปฐม) และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดอายัดสิ่งของที่อยู่ภายในและภายนอกอาคารโรงงานทั้งหมดแล้ว รวมถึงติดประกาศการยึดอายัดไว้บริเวณอาคารโรงงาน โดยต่อมาอลูมิเนียมดรอสของกลางที่ถูกอายัดเริ่มมีการรั่วซึม เกิดกลิ่นเหม็นเป็นระยะ และส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ รวมถึงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากเพลิงไหม้ รมว.อุตสาหกรรม จึงลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วยตนเองอย่างเร่งด่วน เพื่อหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหาแนวทางสั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

พบไม่มีการประกอบกิจการ

ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่าปัจจุบันไม่มีการประกอบกิจการ ไม่พบคนงานหรือผู้ดูแล เข้าข่ายเป็นอาคารร้าง ภายในอาคารพบการติดตั้งเครื่องจักรที่ใช้สำหรับประกอบกิจการหลอมหล่อตะกรันโลหะ มีเตาหลอมจำนวน 2 ชุด มีการติดตั้งระบบบำบัดมลพิษทางอากาศซึ่งไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และอาคารด้านหลังพบถุงบิ๊กแบ็คบรรจุกากอุตสาหกรรมคาดว่าเป็นตะกรันอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบในการหลอม 

นอกจากนี้พบว่ามีการวางกองเก็บถุงบิ๊กแบ็คดังกล่าวภายนอกอาคารด้วย รวมประมาณ 8,258 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 12,387 ตัน ตัวอาคารเริ่มมีสภาพชำรุดและหลังคารั่วบางจุด ทำให้น้ำฝนรั่วซึมลงสู่กองอลูมิเนียมดรอสและมีการรั่วซึม ซึ่งอลูมิเนียมดรอสเป็นกากที่เกิดจากกระบวนการหลอมหรือรีไซเคิลอลูมิเนียม และจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เมื่อสัมผัสความชื้นหรือน้ำ อาจปล่อยก๊าซพิษและก๊าซไวไฟ มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิด และอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้

‘วราวุธ’ สั่งเคลียร์อลูมิเนียมดรอส 1.2 หมื่นตัน หวั่นก๊าซพิษ-ไฟไหม้กระทบชุมชน

 

นายวราวุธ กล่าวอีกส่า ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัด ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาแนวทางการดำเนินงาน เนื่องจากอลูมิเนียมดรอสที่เป็นของกลาง มีปริมาณสูงถึง 12,237 ตัน และยังเป็นวัตถุอันตราย หากเก็บนานเกินไปจะเป็นอันตราย ดังนั้นการเคลื่อนย้ายหรือนำไปกำจัดต้องพิจารณากฎหมายอื่นเพื่อรีบทำการเคลื่อนย้าย เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมอยากป้องกันปัญหา ก่อนที่ปัญหาจะเกิด และทุกอย่างที่ดำเนินการต้องทำอย่างถูกระเบียบตามกฎหมาย

 

เร่งปรับปรุง พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535

กรณีดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันการปรับปรุงพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ฉบับใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการป้องกันและเยียวยาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ตามหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle: PPP) ไม่ให้ภาระในการแก้ไขปัญหาถูกผลักไปยังประชาชนหรือภาครัฐ แนวทางสำคัญ ได้แก่ การกำหนดให้โรงงานบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูงต้องวางหลักประกันเพื่อใช้เยียวยาความเสียหายเบื้องต้นต่อบุคคล ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม

การจัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม การลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการอนุมัติอนุญาต และการเพิ่มอัตราโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยกระทรวงฯ จะเร่งรัดผลักดันร่าง พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาตามขั้นตอนโดยเร็ว