
สั่งปิดด่วน 2 โรงงานกากอุตสาหกรรม เซ่นปมน้ำเสียกระทบชุมชนสระบุรี
กรอ.สั่งปิด 2 โรงงานจัดการของเสียสระบุรี เซ่นปมน้ำเสียกระทบชุมชน พร้อมเดินหน้า ปูพรมตรวจโรงงานของเสียทั่วประเทศ ลั่นผิดกฎหมายดำเนินคดีถึงที่สุด
KEY
POINTS
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) สั่งปิดโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรม 2 แห่งในจังหวัดสระบุรี หลังพบปัญหาปล่อยน้ำเสียส่งผลกระทบต่อชุมชน
- บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ถูกสั่งให้หยุดประกอบกิจการในส่วนหลุมฝังกลบของเสียอันตราย เนื่องจากมีปัญหาการจัดการน้ำชะจากหลุมฝังกลบ
- บริษัท ที.เอ็น.ซี รีไซเคิล จำกัด ถูกสั่งปิดกิจการทั้งหมด ฐานขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีการระบายน้ำชะออกนอกพื้นที่โรงงาน
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรอ. ได้ดำเนินการออกคำสั่งให้ 2 โรงงานจัดการของเสียในจังหวัดสระบุรี หยุดประกอบกิจการ จากกรณีความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ห้วยตะเข้ ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
โดยเมื่อวันที่ 4-5 มิถุนายน 2569 กรอ. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุก พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำเสียและน้ำใต้ดินจากสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกากอุตสาหกรรมและระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 3 แห่ง ที่ตั้งอยู่บริเวณเหนือน้ำตามเส้นทางการไหลของคลองสาขา ซึ่งใช้เวลาในการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ 2 สัปดาห์
เบตเตอร์ เวิลด์ กรีนพบปัญหาน้ำซะจากหลุมฝังกลบ
ผลการวิเคราะห์พบว่า บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) พบปัญหาการจัดการน้ำชะจากหลุมฝังกลบของเสียอันตรายและไม่อันตราย รวมถึงระบบระบายน้ำภายในพื้นที่ กรอ. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้ บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการเฉพาะในส่วนหลุมฝังกลบของเสียอันตรายทันที นับแต่วันที่รับทราบคำสั่ง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบในส่วนอื่นต่อไป
ขยายโรงงานไม่ได้รับอนุญาต
ขณะที่ บริษัท ที.เอ็น.ซี รีไซเคิล จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย มีพฤติกรรมเข้าข่ายขยายโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ลักลอบติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มเติมรวม 210 แรงม้า เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังพบการขยายพื้นที่ประกอบกิจการ ลักลอบฝังกลบวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหลังการคัดแยก การกองเก็บวัสดุภายนอกอาคาร และมีการระบายน้ำชะออกนอกบริเวณโรงงาน
กรอ. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด เพื่อเร่งแก้ไขปรับปรุงการประกอบกิจการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มงวด
ส่วน บริษัท สยามไฟเบอร์ซีเมนต์กรุ๊ป จำกัด ไม่พบการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมกำชับให้โรงงานประกอบกิจการให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต
ที่ผ่านมา กรอ. ได้ประชุมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกรมควบคุมมลพิษ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างรัดกุม
รวมถึงได้ให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง กรอ. ยืนยันพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและประมวมกฎหมายอาญา หากพบว่ามีการกระทำความผิดเพิ่มเติม จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น
กรอ. วางแผนปูพรมตรวจกำกับโรงงานจัดการของเสีย เพื่อป้องกันการประกอบกิจการผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน







