
บสย.กางแผนปี 70 ควัก 3 หมื่นล้านค้ำสินเชื่อ ลุยช่วยรายย่อย 1 แสนราย
บสย.ปรับแผนปี 2570 ลดพึ่งพางบรัฐ ใช้เงินหมุนเวียนองค์กร 3 หมื่นล้านบาท เดินหน้า SMEs Credit Boost พร้อมขยาย Nano Plus ตั้งเป้าช่วยรายย่อย 1 แสนราย
KEY
POINTS
- บสย. เตรียมแผนปี 2570 ใช้วงเงินขององค์กรเองประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อค้ำประกันสินเชื่อ ลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐ
- ตั้งเป้าหมายกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ 100,000 ราย
- เดินหน้าโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (Nano Plus) ร่วมกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) เพื่อเป็นกลไกหลักในการช่วยเหลือรายย่อย
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เปิดเผยว่า บสย.เตรียมปรับแนวทางดำเนินธุรกิจ เพื่อลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐและนำเงินที่ได้จากการติดตามชำระหนี้กลับมาหมุนเวียนใช้ในการดำเนินงานและค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
สำหรับปี 2570 บสย.จะให้ความสำคัญกับการนำเงินที่ได้รับคืนจากการติดตามหนี้กลับมาหมุนเวียนใช้ โดยตั้งเป้าใช้วงเงินขององค์กรเองประมาณ 30,000 ล้านบาท สำหรับออกมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ แตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งการดูแลเอสเอ็มอีอาศัยทั้งงบประมาณภาครัฐและวงเงินของ บสย. รวมกันประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท
“การนำเงินที่ได้รับคืนจากการติดตามหนี้มาหมุนเวียนใช้ จะช่วยให้ บสย. สามารถดำเนินมาตรการค้ำประกันสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา พร้อมปรับเป้าหมายให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยได้มากขึ้น”
พอร์ตค้ำประกันจ่อแตะ 5 แสนล้านบาท
นายสิทธิกรคาดว่า ณ สิ้นปี 2569 บสย. จะมีพอร์ตยอดค้ำประกันสินเชื่อสะสมคงค้างเกือบ 500,000 ล้านบาท จากที่ผ่านมาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วรวมกว่า 900,000 ราย ซึ่งหากไม่มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อขนาดใหญ่จากภาครัฐเข้ามาเติมพอร์ต ยอดค้ำประกันสินเชื่อสะสมคงค้างมีแนวโน้มทยอยลดลงตามธรรมชาติของพอร์ต โดยคาดว่าจะเหลือประมาณ 450,000 ล้านบาทในปีถัดไป และลดลงสู่ระดับ 400,000 ล้านบาทในปีต่อไปตามลำดับ
ดังนั้น บสย. จึงให้ความสำคัญกับการกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระมากขึ้น โดยมุ่งช่วยให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ รวมถึงผู้มีภาระหนี้นอกระบบ สามารถเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นธรรมได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้เพื่อการประกอบอาชีพในระยะยาว
ใช้ Scoring Engine หนุน SMEs Credit Boost
นอกจากนี้ บสย.ยังจะรับดำเนินการโครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ซึ่งเป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับสินเชื่อใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้แก่ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย โดยปัจจุบันมียอดผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 70,000 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงการคลังและธปท. ยังให้บสย.เข้ามาดำเนินการโครงการในลักษณะเดียวกันอีกด้วย
“บสย. พร้อมนำความเชี่ยวชาญและทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งระบบ Scoring Engine บุคลากร ระบบซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ มาสนับสนุนการดำเนินโครงการของภาครัฐและ ธปท. หลังจาก ธปท. ได้ส่งสัญญาณความร่วมมือกับ บสย. เพื่อขยายผลโครงการค้ำประกันสินเชื่อและการปรับโครงสร้างหนี้ในระยะต่อไป”
พักค่าธรรมเนียม-ค่างวดเอสเอ็มอีน้ำท่วม 6 เดือน
ขณะเดียวกัน บสย. เดินหน้าปรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ครอบคลุมทั้งลูกค้าที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ และลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถประคองธุรกิจผ่านสถานการณ์ดังกล่าวได้
มาตรการช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นการช่วยเหลือลูกค้า บสย. ด้วยการผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อออกไปอีก 6 เดือนนับจากวันครบกำหนด สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ และมีวันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมระหว่างวันที่ 26 กันยายน-31 ตุลาคม 2569
ส่วนกลุ่มที่สองเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม โดยพักชำระค่างวดเป็นเวลา 6 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้และไม่ผิดนัดชำระหนี้
นอกจากมาตรการทางการเงินแล้ว บสย. ยังแนะนำผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็กและร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากความเสียหายของสต๊อกสินค้าและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้เร่งปรึกษาและเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อประเมินสภาพคล่องและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมรักษาวินัยทางการเงิน ไม่ปล่อยให้เกิดพฤติกรรม “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบในระยะยาว
ขยาย Nano Plus ตั้งเป้าค้ำ 1 แสนราย
ด้านการเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อย บสย. เดินหน้าโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (Nano Plus) โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank) ในกลุ่มนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยลดต้นทุนความเสี่ยงด้านสินเชื่อให้แก่ผู้ให้บริการทางการเงิน ปัจจุบันมีสถาบัน Non-bank เข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 7 ราย
โครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถแท็กซี่และรถรับจ้างที่ต้องการเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านระบบรถเช่าหรือการผ่อนชำระรายวัน
“บสย. ตั้งเป้าหมายให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มนาโนไฟแนนซ์จำนวน 100,000 ราย วงเงินค้ำประกันเฉลี่ยรายละประมาณ 20,000 บาท คิดเป็นวงเงินค้ำประกันรวมกว่า 2,000 ล้านบาท”
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,243 วันที่ 11 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569







