
เปิดผลศึกษา โจทย์ใหญ่ SMEs ไทย เข้าถึงสินเชื่อไม่พอ ต้องพร้อมใช้ AI ปลดล็อกผลิตภาพ
PIER ชี้สินเชื่อช่วย SMEs อยู่รอดและเพิ่มผลิตภาพ แต่ยังไม่พบผลชัดเจนต่อการขยายกิจการ ขณะที่ TDRI ประเมินความพร้อม AI ไทย พบโจทย์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะแรงงาน วิจัย และกฎหมาย สะท้อนความท้าทายในการเปลี่ยนเงินทุนและเทคโนโลยีให้เป็นขีดความสามารถแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- การเข้าถึงสินเชื่อช่วยให้ SMEs อยู่รอดและมีผลิตภาพดีขึ้น แต่ไม่เพียงพอที่จะรับประกันการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
- SMEs ไทยจำเป็นต้องนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ แต่ยังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุน ความรู้ และการขาดทักษะบุคลากร
- นโยบายสนับสนุนต้องเชื่อมโยงการให้สินเชื่อเข้ากับการพัฒนาทักษะและความพร้อมในการใช้ AI ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศโดยรวมของประเทศ
การประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ให้ความสำคัญกับการใช้ AI เพิ่มผลิตภาพและสร้างงาน ควบคู่กับการขยายโอกาสเข้าถึงเงินทุนของธุรกิจขนาดเล็ก
สะท้อนโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยว่า การพัฒนา SMEs ไม่อาจหยุดอยู่เพียงการเพิ่มสินเชื่อหรือการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมและสามารถเปลี่ยนเงินทุนกับ AI ให้เป็นผลิตภาพและการเติบโตได้จริง สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) ที่ชี้ว่าสินเชื่อไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของ SMEs
รวมถึงผลประเมินความพร้อม AI ของไทยภายใต้กรอบ UNESCO RAM ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มีส่วนร่วมดำเนินการ ซึ่งสะท้อนความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทักษะบุคลากร และระบบนิเวศ AI ควบคู่กัน
การเข้าถึงสินเชื่อ และ AI
บทวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) เรื่อง “เกิด เก่ง ก้าว แกร่ง: บทบาทของสินเชื่อในวงจรชีวิตของ SMEs” และผลการประเมินความพร้อมด้าน AI ของประเทศไทยภายใต้กรอบ UNESCO Readiness Assessment Methodology (RAM) ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มีส่วนร่วมดำเนินการ สะท้อนโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจไทยคนละด้าน แต่สามารถนำมาประกอบกันเพื่อมองเห็นความท้าทายที่สำคัญในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย
ด้านการเงิน PIER ชี้ให้เห็นว่า การเข้าถึงสินเชื่อมีความสำคัญต่อการอยู่รอดและผลิตภาพ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันการเติบโต ส่วนด้านเทคโนโลยี ผลประเมินของ TDRI สะท้อนความจำเป็นในการพัฒนาระบบนิเวศ AI ให้พร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร งานวิจัย และกติกากำกับดูแล
ในทางปฏิบัติ SMEs ที่ต้องการนำ AI มาใช้ในธุรกิจอาจต้องเผชิญต้นทุนการลงทุน ทั้งซอฟต์แวร์ ระบบข้อมูล การปรับกระบวนการทำงาน และการฝึกอบรมบุคลากร ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กอาจยังขาดความรู้ในการเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับกิจการ หรือไม่สามารถประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนได้ชัดเจน
ดังนั้น การสนับสนุนด้านสินเชื่อเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากผู้ประกอบการยังขาดทักษะและความพร้อมในการนำเงินทุนไปลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกัน การส่งเสริม AI โดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดด้านเงินทุนและความพร้อมของธุรกิจก็อาจทำให้โอกาสในการเข้าถึงประโยชน์จากเทคโนโลยีกระจุกตัวอยู่ในกิจการที่มีทรัพยากรพร้อมอยู่แล้ว
สินเชื่อ SMEs ช่วยอยู่รอด แต่ยังไม่ปลดล็อกการเติบโต
ผลการศึกษาของ PIER พบว่า SMEs ที่เข้าถึงสินเชื่อในระบบมีผลลัพธ์ดีกว่ากลุ่มที่เข้าไม่ถึง ทั้งด้านการอยู่รอด ผลิตภาพ และการเติบโตของรายได้และสินทรัพย์ โดยกิจการที่เข้าถึงสินเชื่อมีอัตราการอยู่รอดถึงปีที่ 5 ประมาณ 87% เทียบกับ 65% ในกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ
ด้านผลิตภาพรวม (Total Factor Productivity: TFP) กลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อมีระดับสูงกว่าราว 8% ขณะที่รายได้เติบโตเฉลี่ยประมาณ 1.8% ต่อปี เทียบกับ 0.9% ในกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ ส่วนสินทรัพย์เติบโตเฉลี่ย 4.4% ต่อปี เทียบกับ 3.2%
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำผลการประเมินเชิงเหตุและผลมาพิจารณา พบว่าสินเชื่อสัมพันธ์กับโอกาสอยู่รอดและผลิตภาพที่ดีขึ้นของ SMEs แต่ยังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าสินเชื่อช่วยให้รายได้หรือสินทรัพย์เติบโตเร็วขึ้นในระยะขยายกิจการ
ดังนั้นปัญหาของ SMEs ไม่ได้จบลงเมื่อเข้าถึงสินเชื่อ เพราะความต้องการเงินทุนแตกต่างกันตามช่วงชีวิตของธุรกิจ กิจการระยะเริ่มต้นต้องการเงินทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องและประคองธุรกิจให้รอด
ขณะที่กิจการที่ตั้งหลักได้ต้องการเงินทุนเพื่อยกระดับเครื่องจักร เทคโนโลยี และทักษะแรงงาน ส่วนกิจการที่ต้องการขยายตลาดยังจำเป็นต้องมีความสามารถในการแข่งขันและระบบบริหารจัดการที่รองรับการเติบโต
PIER จึงเสนอให้การออกแบบนโยบายสินเชื่อคำนึงถึงวงจรชีวิตธุรกิจ โดยไม่ใช้เครื่องมือแบบเดียวกับ SMEs ทุกกลุ่ม พร้อมพัฒนากลไกประเมินศักยภาพกิจการให้ดีขึ้น เพื่อให้เงินทุนไปถึงธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต แม้จะยังมีประวัติทางการเงินหรือหลักประกันไม่มากก็ตาม
ความพร้อม AI ไทยต้องพัฒนามากกว่าเทคโนโลยี
ในอีกด้านหนึ่ง การประเมินความพร้อมด้าน AI ของประเทศไทยภายใต้กรอบ UNESCO RAM ซึ่ง TDRI เผยแพร่เมื่อปี 2568 ระบุว่า การประเมินครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ สังคมและวัฒนธรรม การศึกษาและวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ตลอดจนกฎหมายและการกำกับดูแล
ดร.สลิลธร ทองมีนสุข นักวิชาการอาวุโส TDRI ระบุว่า ผลการประเมินช่วยให้เห็นจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ประเทศไทยมีอยู่ ขณะเดียวกันยังมีความท้าทายที่ต้องเร่งพัฒนา ทั้งการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ครอบคลุม การลงทุนวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม การพัฒนาทักษะบุคลากร และการสร้างสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี
กรอบ UNESCO RAM ไม่ได้พิจารณาเพียงความพร้อมทางเทคนิค แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ปลอดภัย เป็นธรรม และครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน
การเพิ่มโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการและบุคลากร เพราะการมีเทคโนโลยีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจทุกขนาดจะสามารถนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพหรือสร้างมูลค่าเพิ่มได้เท่าเทียมกัน
เชื่อมเงินทุน เทคโนโลยี และทักษะ
นัยสำคัญสำหรับการพัฒนา SMEs ไทยจึงอยู่ที่การออกแบบมาตรการให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของแต่ละกิจการ โดยอาจพิจารณา 3 แนวทางสำคัญ
ประการแรก ปรับนโยบายสินเชื่อให้เหมาะกับวงจรชีวิตธุรกิจ กิจการเริ่มต้นควรได้รับการสนับสนุนให้เข้าถึงเงินทุน และสร้างประวัติทางการเงิน ขณะที่กิจการที่พร้อมยกระดับผลิตภาพควรมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนเพื่อปรับปรุงเครื่องจักร ระบบดิจิทัล และกระบวนการทำงาน
ส่วนกิจการที่ต้องการขยายธุรกิจจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนที่สอดคล้องกับโอกาสทางตลาดและศักยภาพในการแข่งขัน
ประการที่สอง เชื่อมการสนับสนุนทางการเงินกับการยกระดับความสามารถของธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะแรงงาน การปรับกระบวนการผลิต และการประยุกต์ใช้ AI ในงานที่สามารถเพิ่มผลิตภาพหรือลดต้นทุนได้จริง เพื่อให้การลงทุนก่อให้เกิดผลลัพธ์มากกว่าการเพิ่มรายจ่ายหรือการถือครองเทคโนโลยี
ประการที่สาม พัฒนาระบบนิเวศ AI ให้ธุรกิจทุกขนาดเข้าถึงประโยชน์ได้มากขึ้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม การพัฒนาทักษะ และกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัย
โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่เพียงการทำให้ SMEs เข้าถึงเงินทุนหรือเทคโนโลยีได้มากขึ้น แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้ธุรกิจสามารถใช้ทรัพยากรเหล่านั้นเปลี่ยนผ่านจากการประคองตัวให้อยู่รอด ไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืน
ที่มา PIER: เกิด เก่ง ก้าว แกร่ง — บทบาทของสินเชื่อในวงจรชีวิตของ SMEs ,TDRI: สำรวจสถานะความพร้อม AI ของไทย ภายใต้กรอบ UNESCO RAM






