
"ซิกเว่" ชี้โจทย์ AI ไทย ลงทุนดิจิทัล 1.12 ล้านล้าน ต้องถึง SME
"ซิกเว่ เบรกเก้" ชี้ไทยต้องแปลงลงทุนดิจิทัล 1.12 ล้านล้านบาท สู่ผลิตภาพ SME เปิด 3 ระดับใช้ AI และเป้าหมายพัฒนาทักษะคนไทย 3 ล้านคน
KEY
POINTS
- ซิกเว่ เบรกเก้ ซีอีโอทรู ชี้ว่าการลงทุนด้านดิจิทัลและ AI ในไทยมูลค่า 1.12 ล้านล้านบาท ต้องถูกนำไปต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์และเพิ่มผลิตภาพให้กับผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ
- แม้ SME ไทยจะเริ่มใช้ AI แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการใช้งานขั้นพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องส่งเสริมให้นำ AI ไปใช้ในเชิงลึกเพื่อเปลี่ยนกระบวนการทำงานและแก้ปัญหาผลิตภาพต่ำ
- เสนอแนวทางให้ SME ปรับตัวผ่านกรอบคิด 3 ขั้นตอน (Reimagine, Transform, Lead) และต้องอาศัยระบบนิเวศที่สนับสนุน ทั้งเครื่องมือที่เข้าถึงง่าย การพัฒนาทักษะ และแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้
ประเทศไทยกำลังรับคลื่นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แต่โจทย์สำคัญคือจะเปลี่ยนเม็ดเงินเหล่านี้ให้เป็นรายได้ ผลิตภาพ และโอกาสของผู้ประกอบการรายเล็กได้อย่างไร
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรู เสนอมุมมองผ่านบทความ “แปรเม็ดเงิน AI ให้เป็นการเติบโตที่คนไทยมีร่วมกัน” ว่า การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และเทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานและการสร้างมูลค่าของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ไทยมีโอกาสใช้จังหวะนี้ยกระดับธุรกิจ SME ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการจ้างงานในประเทศ
ลงทุนดิจิทัล 1.12 ล้านล้าน ต้องต่อยอดสู่ธุรกิจจริง
ซิกเว่อ้างข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ว่า ครึ่งแรกของปี 2569 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีมูลค่ารวม 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยโครงการด้านดิจิทัลมีมูลค่า 1.12 ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ 76% ของทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์
อย่างไรก็ตาม การมีโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยอัตโนมัติ ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลงการลงทุนเป็นเครื่องมือที่ธุรกิจใช้ได้จริง เพิ่มผลิตภาพ และเปิดให้คนไทยทุกระดับมีส่วนร่วมในการเติบโต
สำหรับไทยที่เผชิญกับดักรายได้ปานกลางมาอย่างยาวนาน ซิกเว่มองว่า จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านควรอยู่ที่ SME ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านทักษะ ทรัพยากร และการเข้าถึงเทคโนโลยี
SME จ้างงานสูง แต่ยังติดโจทย์ผลิตภาพ
บทความอ้างข้อมูลธนาคารโลกว่า SME คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบธุรกิจไทย และมีสัดส่วนการจ้างงาน 69.5% แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 35.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP
ขณะเดียวกัน ประมาณ 85% ของ SME ไทยเป็นธุรกิจรายย่อย หรือ micro SME ซึ่งมีการจ้างงานไม่เกิน 5 คน และรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนความท้าทายด้านผลิตภาพ ซิกเว่จึงมองว่า AI อาจเป็นเครื่องมือช่วยให้ธุรกิจรายเล็กเข้าถึงความสามารถที่เคยกระจุกตัวในบริษัทขนาดใหญ่ ตั้งแต่การตลาด การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการบริหารงาน โดยต่อยอดจุดแข็งเดิมของผู้ประกอบการ ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและความเข้าใจลูกค้า
ใช้ AI แล้ว ต้องใช้ให้ลึกกว่างานพื้นฐาน
แม้ผู้ประกอบการเริ่มตื่นตัว แต่การนำ AI ไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจยังมีช่องว่างอีกมาก
ซิกเว่อ้างรายงาน Salesforce ว่า ประมาณ 70% ของ SME ไทยใช้งานหรืออยู่ระหว่างทดลองใช้ AI ขณะที่รายงาน Unlocking Thailand’s AI Potential 2026 ของ AWS พบว่า ในกลุ่มธุรกิจที่ใช้ AI ประมาณ 74% ยังใช้งานขั้นพื้นฐาน เช่น ค้นหาข้อมูล สรุปความ และใช้แชตบอต ส่วนการใช้งานระดับกลางและระดับสูงมีสัดส่วน 17% และ 9% ตามลำดับ
โจทย์จึงอยู่ที่การนำ AI มาเปลี่ยนกระบวนการทำงานและรูปแบบธุรกิจให้เกิดผลต่อผลิตภาพ มากกว่าการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียว
ซิกเว่แบ่งการนำ AI มาสร้างมูลค่าเป็น 3 ระดับ ได้แก่
1. AI-assisted: ใช้ AI ช่วยงานให้เร็วขึ้น
ผู้ประกอบการใช้ AI เขียนคำบรรยายสินค้า ตกแต่งภาพ หรือตอบคำถามลูกค้า แต่ยังเป็นผู้ตัดสินใจและควบคุมกระบวนการหลักด้วยตนเอง
2. AI-operated: เชื่อมกระบวนการทำงานด้วย AI
ธุรกิจออกแบบระบบงานใหม่ให้ AI เชื่อมข้อมูลยอดขาย คาดการณ์ความต้องการ บริหารสต็อก ปรับราคา และจัดสรรงบโฆษณา โดยมนุษย์ทำหน้าที่กำกับดูแล แนวทางนี้อาจช่วยให้ธุรกิจขยายตลาดได้โดยไม่ต้องเพิ่มทีมงานตามสัดส่วนเดิม
3. AI-native: สร้างธุรกิจที่มี AI เป็นแกน
ผู้ประกอบการสร้างสินค้าและบริการจากความสามารถของ AI โดยตรง เช่น นำระบบ AI ที่ใช้ได้ผลในกิจการของตนไปให้บริการธุรกิจรายอื่น ทำให้รายได้เกิดจากโซลูชัน AI เพิ่มเติมจากธุรกิจเดิม
เปิดกรอบคิด 3 ขั้น พา SME เปลี่ยนผ่าน
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้น ซิกเว่เสนอกรอบคิด Reimagine, Transform and Lead เพื่อค้นหาโอกาส ปรับกระบวนการ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
Reimagine — คิดใหม่ถึงโอกาสของธุรกิจ
AI ที่เข้าถึงง่ายขึ้นช่วยลดข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ อีกทั้งเริ่มมีบทบาทในการค้นหา เปรียบเทียบ และแนะนำสินค้า ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมข้อมูลสินค้า ราคา และบริการให้ชัดเจน เพื่อให้ AI เข้าใจและนำเสนอแก่ผู้บริโภคได้
Transform — เปลี่ยนกระบวนการทีละขั้น
เริ่มจากใช้ AI ช่วยงาน ก่อนพัฒนาไปสู่การเชื่อมระบบงาน และสร้างสินค้าและบริการที่มี AI เป็นแกน โดยเลือกระดับที่เหมาะกับความพร้อมของกิจการ
Lead — กำหนดทิศทางและปรับตัวให้เร็ว
ผู้นำต้องมีเป้าหมายชัดเจน พร้อมปรับวิธีดำเนินงานตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง และพาคนในองค์กรเรียนรู้ไปด้วยกัน ซึ่ง SME มีข้อได้เปรียบด้านความคล่องตัวและความรวดเร็วในการตัดสินใจ
"ทรู" ชู AI Hub–เป้าหมายพัฒนาทักษะ 3 ล้านคน
ซิกเว่ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านของ SME ต้องมีระบบสนับสนุน ทั้งเครื่องมือที่เข้าถึงได้ ข้อมูลคุณภาพ ทักษะที่นำไปใช้ได้จริง แพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ และกติกาการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ
ในส่วนของทรู บริษัทนำเสนอ True AI Hub ซึ่งตามข้อมูลในบทความเป็นแพลตฟอร์มรวมโมเดล AI มากกว่า 50 ตัว มีแพ็กเกจเริ่มต้น 399 บาทต่อผู้ใช้ต่อเดือน เพื่อลดอุปสรรคด้านต้นทุนและความยุ่งยากในการสมัครหลายบริการ
นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ Arise Ventures Group, AWS และ Amazon โดยมีเป้าหมายสร้างขีดความสามารถด้าน AI ให้คนไทย 3 ล้านคน พร้อมสนับสนุนระบบนิเวศผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพ
ซิกเว่ยังเสนอให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนากรอบธรรมาภิบาล AI รวมถึงพื้นที่ทดลอง หรือแซนด์บ็อกซ์ เพื่อให้ SME ทดสอบการใช้งานอย่างปลอดภัยก่อนขยายผล
โอกาสเศรษฐกิจ 2.6 ล้านล้าน ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริง
บทความอ้างการประเมินของ Access Partnership ว่า การนำ AI มาใช้อาจสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ธุรกิจไทยได้อย่างน้อย 2.6 ล้านล้านบาทภายในปี 2573
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นศักยภาพที่ต้องอาศัยการลงมือทำ ทั้งการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับผลิตภาพ SME และนำจุดแข็งของไทยไปพัฒนาเป็นสินค้าและบริการที่เข้าถึงตลาดกว้างขึ้น
ในมุมมองของซิกเว่ ความสำเร็จของการลงทุน AI จึงควรวัดจากความสามารถในการสร้างโอกาส รายได้ และคุณภาพชีวิตของคนไทย ควบคู่กับมูลค่าโครงการลงทุนที่เข้าสู่ประเทศ







