
อัปเดตโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 เปิดแผน 7 สาย เสร็จปี 2571–2576
คมนาคม เร่งรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 รวม 1,479 กม. เปิดสถานะ 7 เส้นทาง เพิ่มความเร็วเดินทาง–ขนส่ง พร้อมยกระดับความปลอดภัยและลดเวลารอสับหลีก
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,479 กม. โดยมีกรอบแล้วเสร็จระหว่างปี 2571–2576
- เส้นทางขอนแก่น–หนองคาย คาดว่าจะแล้วเสร็จเป็นสายแรกในปี 2571 ขณะที่ 3 เส้นทางสายใต้ที่ได้รับอนุมัติแล้วจะทยอยเสร็จสิ้นภายในปี 2576
- มีอีก 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ปากน้ำโพ–เด่นชัย, เด่นชัย–เชียงใหม่ และชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี ที่ยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติ
กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งเดินหน้าโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,479 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟสายหลักทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งสินค้า โดยเส้นทางที่มีกรอบแล้วเสร็จจะทยอยเสร็จระหว่างปี 2571–2576 ขณะที่อีก 3 เส้นทางอยู่ในขั้นเตรียมเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรี
ข้อมูลอัปเดตล่าสุดของกระทรวงคมนาคม ณ เดือนกันยายน 2569 ระบุว่า การพัฒนาทางคู่ระยะที่ 2 จะเข้ามาเติมเต็มโครงข่ายต่อจากระยะที่ 1 ซึ่งมีจำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 993 กิโลเมตร พร้อมส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางและขนส่งสินค้าจากถนนสู่ระบบราง
ขอนแก่น–หนองคาย คาดเสร็จปี 2571
โครงการช่วง ขอนแก่น–หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร มีกรอบคาดการณ์แล้วเสร็จปี 2571 เป็นเส้นทางที่มีแผนแล้วเสร็จเร็วที่สุดในกลุ่มโครงการระยะที่ 2
ส่วนโครงข่ายสายใต้มี 3 เส้นทางที่ได้รับอนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และมีกรอบคาดการณ์แล้วเสร็จแตกต่างกัน ได้แก่
- ช่วงหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จปี 2574
- ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จปี 2575
- ช่วงสุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่–สงขลา ระยะทาง 321 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จปี 2576
ทั้ง 3 เส้นทางจะเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟทางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพิ่มความคล่องตัวในการเดินรถโดยสารและขบวนขนส่งสินค้าตามแนวเส้นทางหลัก
อีก 3 เส้นทางเตรียมเสนอ ครม.
สำหรับโครงการที่อยู่ในขั้นเตรียมขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย ช่วงปากน้ำโพ–เด่นชัย ระยะทาง 281 กิโลเมตร ช่วงเด่นชัย–เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กิโลเมตร และช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร
ทั้ง 3 เส้นทางมีระยะทางรวม 778 กิโลเมตร โดยข้อมูลในภาพยังไม่ได้ระบุปีคาดการณ์แล้วเสร็จ การเดินหน้าโครงการกลุ่มนี้จึงเป็นส่วนที่เหลือของแผนเชื่อมต่อทางคู่ระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมโครงข่ายสายหลักตามเป้าหมาย
ลดรอสับหลีก เพิ่มความเร็วเดินทาง
การพัฒนารถไฟทางคู่จะเพิ่มทางรถไฟใหม่ขนานกับเส้นทางเดิม ทำให้ขบวนรถสามารถวิ่งสวนกันได้โดยไม่ต้องรอสับหลีก ช่วยลดเวลาและความคับคั่งในการเดินรถ พร้อมเพิ่มความตรงต่อเวลาของบริการโดยสารและขนส่งสินค้า
กระทรวงคมนาคมระบุว่า การพัฒนาโครงข่ายจะช่วยเพิ่มความเร็วรถโดยสารจาก 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 100–120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเพิ่มความเร็วขบวนขนส่งสินค้าจาก 29 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การเดินรถที่คล่องตัวขึ้นจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และสนับสนุนการใช้ระบบรางเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางและกระจายสินค้า โดยกระทรวงคมนาคมคาดการณ์ว่าจะเพิ่มผู้โดยสารเป็น 25 ล้านคนต่อปี และรองรับการขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มเป็น 20 ล้านตันต่อปี
ยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวทาง
โครงการรถไฟทางคู่ยังครอบคลุมการแก้ไขจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ด้วยการก่อสร้างสะพานหรือทางลอดรถยนต์ข้ามหรือลอดทางรถไฟ รวมถึงสะพานทางรถไฟและสถานีรถไฟยกระดับ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับขบวนรถและผู้ใช้รถใช้ถนน
นอกจากนี้ จะติดตั้งรั้วตลอดแนวเส้นทางเพื่อป้องกันการลักผ่านทางรถไฟ พร้อมปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณเป็น ETCS Level 1 และควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลางด้วยระบบ CTC
การเพิ่มทางรถไฟควบคู่กับการปรับปรุงจุดตัดและระบบควบคุมเดินรถ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของแผนยกระดับโครงข่าย ทั้งด้านความเร็ว ความปลอดภัย และความตรงต่อเวลา เพื่อรองรับการเดินทางและขนส่งสินค้าทางรางในอนาคต







