
ครม.สัญจร อัดเมกะโปรเจ็กต์บูมใต้ ดันมอเตอร์เวย์-รถไฟ-ท่าเรือ-ซอฟต์โลน
ครม.สัญจร สงขลา ไฟเขียวเมกะโปรเจกต์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมผลักดันโครงการมอเตอร์เวย์ทะลุถึงชายแดน พ่วงรถไฟทางคู่สายใต้ ท่าเรือ พร้อมซอฟต์โลน ช่วยเหลือผู้ประกอบการ
KEY
POINTS
- ครม.สัญจรอนุมัติโครงการเมกะโปรเจกต์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งรถไฟทางคู่สายใต้, มอเตอร์เวย์เชื่อมถึงนราธิวาส และการขุดลอกท่าเรือสงขลาและปัตตานี
- เห็นชอบมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ และขยายมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI ต่ออีก 3 ปี
- มีมติเห็นชอบโครงการเร่งด่วน (Quick Win) 44 โครงการ วงเงินกว่า 1,269 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ
- เร่งรัดการแก้ปัญหาด้านสังคมและแรงงาน โดยอนุมัติงบศึกษาออกแบบโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2
วันที่ 1 กันยายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ภายหลังการประชุมนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวพร้อมกันถึงโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี
ดันมอเตอร์เวย์ถึงใต้ตอนล่าง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ครม.สัญจรได้เห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ โดยเส้นทางต่อขยายจากชุมทางหาดใหญ่ไปยังสุไหงโก-ลก การรถไฟแห่งประเทศไทยจะออกแบบแล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2570 จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ส่วนการพัฒนาเส้นทางถนน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคม ได้เปิดให้บริการทางยกระดับถนนสาย M82 ช่วงบางขุนเทียนถึงบ้านแพ้วอย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกการเดินทางและการขนส่งสินค้าลงสู่ภาคใต้ ขณะเดียวกันกระทรวงกำลังพัฒนาถนนสาย M8 ซึ่งเป็นเส้นทางคู่ขนานกับถนนเพชรเกษมสายเดิม จากนครปฐมผ่านเขาย้อยเข้าสู่แก่งกระจานไปเชื่อมที่ปราณบุรี
พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคม ยังมีแผนพัฒนาเส้นทางเป็นทางยกระดับมอเตอร์เวย์ตลอดแนวสายทาง โดยจะขยายช่องทางเดิมสองเลนซ้ายขวาเพื่อเชื่อมเข้าสู่ทางแยกมอเตอร์เวย์โดยไม่ต้องผ่านสี่แยกหรือสัญญาณไฟจราจร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ปราณบุรีไปจนถึงจุดตัดในจังหวัดสงขลาก่อนแยกเชื่อมต่อไปยังจังหวัดนราธิวาสต่อไป
งัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอุ้มผู้ประกอบการ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันก่อน ที่ประชุมได้สรุปข้อเสนอที่สามารถขับเคลื่อนได้ทันทีหรือควิกวินด้านเศรษฐกิจรวม 6 ด้าน โดยด้านแรกเป็นเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน เนื่องจากผู้ประกอบการที่ได้รับสินเชื่อฟื้นฟูจากน้ำท่วมพบว่าระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนไม่เพียงพอต่อการฟื้นตัว
กระทรวงการคลังจึงพิจารณาให้มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องหลังพ้นช่วงปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน โดยภาครัฐจะช่วยรับภาระดอกเบี้ยร่วมกับผู้กู้คนละครึ่ง สำหรับผู้ประกอบการทั่วไปที่ต้องการลงทุนระยะยาว ธนาคารออมสินจะปล่อยสินเชื่อระยะเวลา 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.5 ต่อปีตลอดโครงการ วงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ต่อไป
ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ จะมีการขุดลอกร่องน้ำท่าเรือสงขลาและปัตตานีให้ลึกขึ้นอีก 9-10 เมตร เพื่อรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ และช่วยระบายน้ำในพื้นที่หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคต ส่วนด้านการค้าชายแดน จะมีการยกเลิกค่าธรรมเนียมล่วงเวลาสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านจุดผ่านแดน พร้อมปรับระบบตรวจคนเข้าเมืองให้เชื่อมโยงกับระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ จะขยายมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ต่อไปอีก 3 ปี เพื่อดึงดูดการลงทุนรูปแบบใหม่ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่
เสริมความมั่นคงชายแดนใต้
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมา และเห็นควรเสริมความเข้มแข็งของแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและความเชื่อมั่นของภาคเอกชนเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ที่ประชุมเน้นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ โดยเฉพาะงานด้านข่าวกรองที่ต้องประสานทุกหน่วยงานในลักษณะทีมประเทศไทยเพื่อความแม่นยำ พร้อมให้ความสำคัญกับงานมวลชนเพื่อสร้างความเข้าใจและการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงความร่วมมือกับมาเลเซียด้านความมั่นคงชายแดน การติดตามผู้ก่อเหตุ และกระบวนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้
ปลดล็อกมิติสังคม-แรงงาน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ในมิติด้านสังคม ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ได้ระบุปัญหาและนำเสนอควิกวินต่อครม.จนได้รับความเห็นชอบในหลายประเด็น โดยประเด็นแรกเกี่ยวกับการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในพื้นที่เมืองใหญ่ที่รองรับผู้ป่วยจำนวนมาก กรอบวงเงินประมาณ 9 กว่าล้านบาท และครม.ได้อนุมัติวงเงินศึกษาและออกแบบเบื้องต้นจำนวน 250 ล้านบาทแล้ว
ด้านแรงงาน เนื่องจากพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เชื่อมโยงกับมาเลเซียทั้งในส่วนแรงงานนำเข้าและแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงาน กระทรวงแรงงานได้รับมอบหมายให้เร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยูระหว่างไทยกับมาเลเซียเพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอน พร้อมทบทวนระเบียบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวและแรงงานทดแทนในพื้นที่
อีกประเด็นสำคัญคือการยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยจะบูรณาการความร่วมมือด้านหลักสูตรระหว่างวิทยาลัยชุมชนและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การจัดสรรสิทธิที่ดินทำกิน และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างโรงเรียนในระบบสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกับโรงเรียนตาดีกา
“รัฐบาลจะมีการสนับสนุนงบประมาณผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปยังโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่ พร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาภายใต้ชื่อซีโร่ดรอปเอาต์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบดำเนินการเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว และในลำดับสุดท้ายที่ประชุมเห็นชอบให้บูรณาการข้อมูลภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ติดยาเสพติด และเด็กนอกระบบการศึกษา เพื่อให้เกิดกลไกช่วยเหลือที่เป็นเอกภาพในพื้นที่ต่อไป”
ไฟเขียว 44 โครงการเร่งด่วน 1,269 ล้านบาท
ต่อมา นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.สัญจร ว่า ครม.สัญจร มีมติรับทราบผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี) ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ
ทั้งนี้ที่ประชุม ครม. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาข้อเสนอโครงการสำหรับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอรับการจัดสรรงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป ดังนี้
1. โครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน (พร้อมดำเนินการได้ทันที) รวมทั้งสิ้น 44 โครงการ งบประมาณ 1,269.02 ล้านบาท
2. ข้อเสนอเชิงนโยบายของพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน รวมทั้งสิ้น 59 โครงการ งบประมาณ 62,336.44 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ครม. ยังเห็นชอบในหลักการข้อเสนอมาตรการเร่งด่วนที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อน (Quick win) และข้อเสนอเพื่อดำเนินการในระยะยาว 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. ด้านเศรษฐกิจ เช่น ปรับปรุงเงื่อนไข Soft Loan ลดขั้นตอนด่าน ตม. ศุลกากร พัฒนาระบบออนไลน์ และตั้ง One Stop Service การประกอบธุรกิจ
2. ด้านสังคม เช่น ออกแบบโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 และทำ MOU แรงงาน ไทย - มาเลเซีย
3. ด้านความมั่นคง เช่น ยกระดับ ชรบ. เป็นเครือข่ายความปลอดภัย และติดตั้ง CCTV ให้ครอบคลุม
4. ด้านภัยพิบัติ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ สร้างศูนย์พักพิง ผู้ประสบภัย จ.ปัตตานี และเร่งฟื้นฟูถนนเสียหาย
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ 5 จังหวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว สำหรับโครงการที่เห็นควรขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวม 67 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ (เทศบาลนครหาดใหญ่) งบประมาณ 25.90 ล้านบาท
2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติ (เทศบาลเมืองควนลัง) งบประมาณ 21.10 ล้านบาท
3. โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับผู้ประสบภัย จังหวัดปัตตานี งบประมาณ 20 ล้านบาท
รวมทั้ง มอบหมายหน่วยงานพิจารณาขอรับการจัดสรรงบฯ โดยเร่งด่วน ประกอบด้วย
1. กระทรวงคมนาคม : ขุดลอกร่องน้ำของท่าเรือสงขลาและปัตตานีให้ลึกประมาณ 9 - 10 เมตร เพื่อให้สามารถรับเรือสินค้าขนาดใหญ่และรองรับการระบายน้ำในพื้นที่ โดยให้สำนักงบฯ พิจารณาแหล่งเงินที่เหมาะสม
2. กระทรวงสาธารณสุข: เร่งรัดการออกแบบก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 วงเงิน 250 ล้านบาท โดยพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบฯ ทั้งนี้ หากไม่เพียงพอให้ ดำเนินการเสนอขอใช้งบกลางตามระเบียบขั้นตอนต่อไป
3. โครงการตามแผนความต้องการฟื้นฟูทางหลวงของกรมทางหลวง จำนวน 45 โครงการ กรอบวงเงิน 835.8 ล้านบาท เพื่อเร่งซ่อมแซมถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ภัยพิบัติ ตั้งแต่ปี 68 ทั้งนี้ ให้ กรรทรวงคมนาคม รับไปพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมของโครงการ เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอรับการจัดสรรงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป







