
ต่อยอด เวที IMF–World Bank ยกระดับอาชีวะ หนุนเยาวชนมีงานทำ
รัฐบาลต่อยอดเวที IMF–World Bank สู่ความร่วมมือการศึกษา เดินหน้า MOU 5 ปี ยกระดับอาชีวะ พัฒนาครู เพิ่มโอกาสเยาวชนเข้าถึงทักษะและงาน
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ปี 2569 ต่อยอดความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อพัฒนากำลังคนและยกระดับการศึกษา
- มุ่งเน้นการยกระดับอาชีวศึกษาผ่านความร่วมมือกับธนาคารโลกและ กสศ. เพื่อพัฒนาทักษะเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
- มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำและสร้างรายได้ให้แก่เยาวชนไทย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมใช้โอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษาและพัฒนากำลังคน เพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำของเยาวชนไทย และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยรัฐบาลมองว่าเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับนานาประเทศ รวมถึงขยายความร่วมมือกับธนาคารโลก เพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน
ต่อยอด MOU 5 ปี พัฒนาอาชีวะ–ครู
กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และธนาคารโลก ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระยะเวลา 5 ปี มุ่งยกระดับอาชีวศึกษา พัฒนาศักยภาพครู และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนทุกกลุ่ม
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือไปสู่สถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ โดยเน้นพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งทักษะวิชาชีพ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
ขณะที่ กสศ. สนับสนุนการขยายโอกาสให้เยาวชนจากครอบครัวรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และพื้นที่ห่างไกล ส่วนธนาคารโลกสนับสนุนองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับสากล เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทการศึกษาไทย
เชื่อมหลักสูตรกับโลกการทำงาน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำความร่วมมือระหว่างประเทศมาสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับจริง โดยเฉพาะอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นเส้นทางสร้างทักษะอาชีพและเพิ่มโอกาสการมีงานทำ
กระทรวงศึกษาธิการจึงมีบทบาทในการผลักดันให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับโลกการทำงาน ควบคู่กับการสนับสนุนครูให้ถ่ายทอดความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“การประชุม IMF–World Bank ในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีหารือด้านเศรษฐกิจระดับโลก แต่ยังเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือเพื่อพัฒนาคนไทย” ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์กล่าว
พร้อมระบุว่า ทักษะของประชาชนเป็นพื้นฐานของความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งให้เยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ และนำความรู้ไปสร้างอาชีพและรายได้ให้ตนเองและครอบครัว
รัฐบาลจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลด้านการศึกษาและการพัฒนากำลังคน โดยมุ่งให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากความร่วมมืออย่างทั่วถึง และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว







