
‘เผ่าภูมิ’ แนะไทยชู “Bangkok AI Finance Initiative” บนเวที IMF–World Bank 2026
‘เผ่าภูมิ’ แนะไทยชู “Bangkok AI Finance Initiative” บนเวที IMF–World Bank 2026 โชว์ความเป็นเจ้าภาพให้มีความหมาย
KEY
POINTS
- นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เสนอให้ไทยใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank ปี 2026 ผลักดันข้อริเริ่ม “Bangkok AI Finance Initiative”
- แนวคิดหลักคือการใช้ AI เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) สำหรับ SMEs และประชาชนที่อยู่นอกระบบธนาคาร
- AI จะช่วยสถาบันการเงินประเมินความสามารถในการชำระหนี้จากข้อมูลทางเลือกและกระแสเงินสด (Alternative Credit Scoring) เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อ
- ข้อริเริ่มนี้ยังครอบคลุมการใช้ AI เพื่อเตือนความเสี่ยงหนี้ล่วงหน้า (Early Warning System) ทำให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ก่อนเกิดการผิดนัดชำระ
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ไทยควรใช้โอกาสที่เป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–WBG 2026) ให้มีความหมาย ผลักดันข้อเสนอ “Bangkok AI Finance Initiative” ซึ่งเป็นการนำ AI มาใช้ภายในระบบการเงิน ภายใต้แนวคิด “AI-Driven Financial Inclusion”
ไทยควรใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพนำเสนอทิศทางเชิงนโยบาย ไทยควรมีข้อเสนอที่โดดเด่นบนเวที IMF–WBG โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นความท้าทายร่วมของประเทศกำลังพัฒนา
ภายใต้กรอบใหญ่เรื่อง Financial Inclusion นั้น การให้น้ำหนัก AI และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลช่วยระบบการเงินประเมินศักยภาพและความเสี่ยงของ SMEs และประชาชนที่อยู่นอกระบบธนาคาร หรือได้รับบริการทางการเงินไม่เพียงพอ เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ โดยไม่ลดมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน
หัวใจสำคัญคือการลดช่องว่างด้านข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินกับผู้ขอสินเชื่อ เพราะประชาชนและผู้ประกอบการโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนามีกิจกรรมทางเศรษฐกิจนอกระบบสูง โดยยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่ซ่อนอยู่ แต่โมเดลการประเมินแบบเดิมยังไม่สะท้อนศักยภาพดังกล่าว
สถาบันการเงินสามารถใช้ AI ไปพัฒนา Cash Flow-Based Lending และ Alternative Credit Scoring เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาประวัติเครดิต งบการเงิน และหลักประกันแบบเดิม รวมถึงสามารถผูกกับ Virtual Bank ของไทยที่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว
นอกจากนั้น AI ไม่ควรถูกใช้เฉพาะการอนุมัติสินเชื่อ แต่ควรนำมาใช้ตลอดวงจรสินเชื่อผ่าน AI-Based Early Warning System โดยติดตามกระแสเงินสด ความผันผวนของรายรับ และภาระทางการเงิน เพื่อประเมินแนวโน้มความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อนำสู่การปรับโครงสร้างหนี้ได้ก่อนผิดนัด ซึ่งเป็นการขยายสินเชื่อโดยยังรักษาคุณภาพหนี้และเสถียรภาพของระบบการเงินได้
AI ยังต้องเชื่อมเข้ากับกลไกค้ำประกันสินเชื่อ โดยช่วยกำหนดสัดส่วนการค้ำประกัน การแบ่งรับความเสี่ยง และต้นทุนสินเชื่อของผู้กู้แต่ละกลุ่ม
ในมิติเศรษฐกิจมหภาค แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้การจัดสรรเงินทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนผลิตภาพ การลงทุนและการจ้างงาน ตลอดจนช่วยให้เศรษฐกิจนอกระบบทยอยเข้าสู่ระบบ
“ผมอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ อยากเห็น Bangkok AI Finance Initiative สามารถพัฒนาไปสู่ “มาตรฐานข้อมูล หลักเกณฑ์กำกับโมเดล และโครงการนำร่อง” ก็จะทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญนี้มีความหมายยิ่งขึ้น และทำให้ไทยได้รับการจดจำในฐานะจุดเริ่มต้นของกรอบความร่วมมือนี้”






