
“โครงการ Long Island” สิงคโปร์เตรียม รับมือน้ำท่วม-น้ำทะเลหนุน ล่วงหน้า 100 ปี
สิงคโปร์ริเริ่มโครงการ “Long Island” ซึ่งเป็นการสร้างเกาะเทียมเพื่อเป็นแนวป้องกันปัญหาน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นล่วงหน้า 100 ปี โครงการจะช่วยสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่เพื่อเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และเพิ่มพื้นที่ดินใหม่ประมาณ 800 เฮกตาร์
KEY
POINTS
- สิงคโปร์ริเริ่มโครงการ “Long Island” ซึ่งเป็นการสร้างเกาะเทียมเพื่อเป็นแนวป้องกันปัญหาน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในระยะยาว
- โครงการจะช่วยสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่เพื่อเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ และเพิ่มพื้นที่ดินใหม่ประมาณ 800 เฮกตาร์
- มีการวางแผนพัฒนาพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะริมน้ำแห่งใหม่ยาว 20 กิโลเมตร เพื่อรองรับความต้องการด้านที่อยู่อาศัยและสันทนาการ
- งานเตรียมความพร้อมนอกชายฝั่งจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 โดยคาดว่าโครงการทั้งหมดจะใช้เวลาดำเนินการนานหลายทศวรรษ
รัฐบาลสิงคโปร์เดินหน้าโครงการ “Long Island” เพื่อรับมือกับปัญหา ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน โดยโครงการ Long Island เป็นลักษณะของการสร้างเกาะเทียมเพื่อทำหน้าที่เป็น แนวป้องกันน้ำท่วม และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำผ่านการสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ และยังมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การสร้างสวนริมน้ำแห่งใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านที่อยู่อาศัยและการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในอนาคต โดยคาดว่างานเตรียมความพร้อมเบื้องต้นนอกชายฝั่งจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569
เปิดปัญหาน้ำทะเลหนุน น้ำท่วมของสิงคโปร์
เหตุผลสำคัญของโครงการมาจากความเปราะบางของสิงคโปร์ในฐานะประเทศเกาะที่มีพื้นที่ลุ่มต่ำจำนวนมาก รายงาน Third National Climate Change Study ซึ่งเผยแพร่ในเดือนมกราคม 2567 ประเมินว่า ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยรอบสิงคโปร์อาจเพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 1.15 เมตรภายในปี 2643 และอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เมตรภายในปี 2693 หรือในอีก124ปี ข้างหน้า
ขณะเดียวกัน พื้นที่ประมาณ 30% ของประเทศอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยไม่ถึง 5 เมตร หากเกิดน้ำขึ้นสูงร่วมกับคลื่นพายุหนุน ระดับน้ำบริเวณชายฝั่งอาจสูงขึ้นได้ถึงประมาณ 5 เมตร ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำมีความเสี่ยงต่อน้ำทะเลหนุนและน้ำท่วมชายฝั่งมากขึ้น
โครงการนี้จึงจำเป็นต้องสร้างขึ้นเพื่อคุ้มครองบ้านเรือน ธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่าง สนามบินชางงี (Changi Airport) และพื้นที่สาธารณะอย่างสวนสาธารณะอีสต์โคสต์ (East Coast Park) โดยที่ผ่านมาเคยเกิดน้ำทะเลล้นเข้าท่วมพื้นที่ชายฝั่งชั่วคราวในช่วงน้ำขึ้นสูงตามฤดูกาล
ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้รัฐบาลสิงคโปร์ต้องวางแผนป้องกันชายฝั่งล่วงหน้า เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต้องใช้เวลาหลายปีในการศึกษา ออกแบบ และก่อสร้าง
ถมทะเลสร้างแนวป้องกัน พร้อมอ่างเก็บน้ำใหม่
หัวใจของโครงการ Long Island คือการพัฒนาพื้นที่ถมทะเลนอกชายฝั่งตะวันออก โดยมีแนวคิดจัดวางเป็นเกาะหรือพื้นที่ดินใหม่ขนานไปกับแนวชายฝั่งเดิม เพื่อช่วยปกป้องพื้นที่ลุ่มต่ำด้านในจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ รูปแบบและระดับความสูงของพื้นที่ถมทะเลขั้นสุดท้ายจะต้องพิจารณาจากผลการศึกษาทางวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม
นอกจากทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันชายฝั่งแล้ว โครงการยังมีแผนพัฒนาอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ โดยพื้นที่น้ำระหว่างชายฝั่งเดิมกับพื้นที่ถมทะเลจะได้รับการออกแบบให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ พร้อมระบบประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ เพื่อควบคุมการไหลของน้ำระหว่างทะเลกับอ่างเก็บน้ำ รวมถึงรองรับการจัดการน้ำฝนในช่วงที่มีฝนตกหนัก
แนวคิดดังกล่าวมีลักษณะสอดคล้องกับหลักการของ Marina Barrage ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สิงคโปร์ใช้ควบคุมระดับน้ำและกักเก็บน้ำจืด โดยการออกแบบ Long Island จะต้องคำนึงถึงทั้งระดับน้ำทะเล น้ำฝน ปริมาณน้ำไหลเข้า และความสามารถในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อให้ระบบป้องกันชายฝั่งและระบบบริหารจัดการน้ำทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพิ่มที่ดิน พัฒนาสวนริมน้ำ 20 กิโลเมตร
อีกหนึ่งเป้าหมายของโครงการคือการเพิ่มพื้นที่ที่ดินใหม่ประมาณ 800 เฮกตาร์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่ดินของสิงคโปร์ในอนาคต ขณะที่พื้นที่ชายฝั่งแห่งใหม่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาสวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และกิจกรรมทางน้ำ
รัฐบาลยังวางแนวคิดเพิ่มสวนสาธารณะริมน้ำยาวประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวพื้นที่ริมน้ำต่อเนื่องทางชายฝั่งตอนใต้ของสิงคโปร์ โดยแนวทางการพัฒนาจะพิจารณาทั้งการใช้ประโยชน์พื้นที่ การรักษาบรรยากาศของสวนอีสต์โคสต์ที่ประชาชนใช้งานอยู่เดิม และการออกแบบที่คำนึงถึงธรรมชาติ
รวมถึงการสร้างชายหาด การใช้แนวป้องกันชายฝั่งที่ผสมผสานองค์ประกอบทางธรรมชาติ หรือ Bio-revetments และการเปิดโอกาสให้อ่างเก็บน้ำแห่งใหม่รองรับกิจกรรมนันทนาการ เช่น กีฬาทางน้ำ ซึ่งแนวทางเหล่านี้ยังต้องผ่านการพิจารณาความเหมาะสมในขั้นตอนการวางแผนต่อไป
เริ่มเตรียมพื้นที่ปลายปี 2569
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ว่า งานเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการ Long Island จะเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ เพื่อทยอยดำเนินงานและลดผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชายฝั่ง
ระยะแรกจะดำเนินการในทะเลบริเวณด้านตะวันตกของ Bedok Jetty ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 570 เฮกตาร์ มีแนวยาวจากตะวันออกไปตะวันตกราว 7 กิโลเมตร และกว้างสูงสุดประมาณ 1 กิโลเมตร โดยงานหลักประกอบด้วยการนำสิ่งกีดขวางใต้ทะเลออก การสร้างคันทรายชั่วคราว และการถมทรายเพื่อเตรียมพื้นที่
ส่วนระยะที่สองจะดำเนินการในทะเลด้านตะวันออกของ Bedok Jetty ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 155 เฮกตาร์ โดยจะเริ่มหลังการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปี 2572 เพื่อให้ประชาชนยังสามารถใช้พื้นที่ทะเลบริเวณสวนอีสต์โคสต์สำหรับกิจกรรมทางน้ำและการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติได้ต่อไปในช่วงก่อนหน้านั้น
โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากกว่า 14,000 คน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และจะเดินหน้าหารือเพิ่มเติมในช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสิงคโปร์ย้ำว่า งานเตรียมความพร้อมดังกล่าวยังไม่ใช่การถมทะเลหลัก และพื้นที่ที่ดำเนินงานในระยะแรกไม่ได้สะท้อนรูปร่างหรือขอบเขตสุดท้ายของพื้นที่ Long Island การถมทะเลหลักจะเริ่มขึ้นภายหลังจากการศึกษาทางเทคนิค การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมแล้วเสร็จ โดยโครงการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการหลายทศวรรษ






