
“นิพนธ์”ย้ำท้องถิ่น-ท้องที่สร้างที่ให้น้ำอยู่-น้ำไหล รับฤดูมรสุม พ.ย.นี้
“นิพนธ์ บุญญามณี”อดีตรมช.มหาดไทย เตือนมรสุมใต้ใกล้มา ย้ำท้องถิ่น-ท้องที่ต้องร่วมมือสร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล เร่งขุดลอกก่อนฤดูมรสุมเดือน พ.ย.นี้
KEY
POINTS
- นายนิพนธ์ บุญญามณี ย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นและท้องที่ในภาคใต้ร่วมมือกันเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงฤดูมรสุมที่จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน
- เสนอแนวคิด “สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล” โดยให้เร่งสำรวจและขุดลอกคูคลอง เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำและเปิดเส้นทางระบายน้ำลงสู่ทะเล
- เน้นย้ำว่าการบริหารจัดการน้ำต้องดำเนินการล่วงหน้าก่อนเกิดปัญหา ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปแก้ไข เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
“นิพนธ์ บุญญามณี” อดีตนายก อบจ.สงขลา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดป้ายที่ทำการกำนันตำบลน้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมแสดงความยินดี “พลขันท์ สมกาย” หลังได้รับเลือกเป็นกำนันตำบลน้ำน้อย ย้ำท้องถิ่น-ท้องที่ต้องทำงานร่วมกัน แบ่งหน้าที่ดูแลประชาชนทุกมิติ โดยเฉพาะการเตรียมรับมือฤดูมรสุมภาคใต้ ขอเร่งสำรวจ ขุดลอก สร้างพื้นที่ให้น้ำอยู่ และเปิดทางให้น้ำไหลระบายลงทะเล ก่อนมวลน้ำจะมาในเดือน พ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดสงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายที่ทำการกำนันตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับ นายพลขันท์ สมกาย ที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลน้ำน้อย
โดยมี นายโชค กิจฉาโณ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำน้อย นายนรุตชัย สอนคง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาล ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
โอกาสนี้ นายนิพนธ์ ได้กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงการทำงานของฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยย้ำว่า ภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย คือการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ได้รับความสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
นายนิพนธ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาและการดูแลประชาชนในพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง “ท้องถิ่นกับท้องที่” โดยทั้งสองฝ่ายต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดและแบ่งบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
“เรื่องน้ำไม่ไหล ไฟฟ้าไม่สว่าง ถนนหนทางไม่ดี เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นต้องเข้ามาดูแล ขณะที่งานด้านความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงปัญหายาเสพติด เป็นภารกิจที่ฝ่ายท้องที่ โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องเข้ามาดูแล” นายนิพนธ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายนิพนธ์ ยังได้ฝากถึงทุกภาคส่วนในพื้นที่ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลาก เนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมของภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่หลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมและน้ำหลาก
นายนิพนธ์ย้ำว่า สิ่งสำคัญในเวลานี้คือ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์ ไม่ใช่รอให้เกิดน้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปแก้ไข โดยต้องสำรวจพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องทางน้ำ รวมถึงเร่งดำเนินการขุดลอกคูคลอง แหล่งน้ำ และเส้นทางระบายน้ำที่ตื้นเขิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับและระบายน้ำ
พร้อมเสนอแนวคิดให้ทุกฝ่ายช่วยกัน “สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล” โดยพื้นที่ที่สามารถเก็บกักน้ำได้ ควรเตรียมไว้เป็นแหล่งรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน ขณะเดียวกันต้องเปิดทางน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวาง เพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านและระบายออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
“ต้องสร้างที่ให้น้ำอยู่ เก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง และทำทางให้น้ำไหล เพื่อระบายน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลโดยเร็ว” นายนิพนธ์กล่าว พร้อมย้ำว่า การเตรียมความพร้อมต้องทำตั้งแต่ก่อนน้ำมา โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่และดำเนินการขุดลอกทางน้ำต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก่อนเข้าสู่ช่วงมรสุมในเดือนพฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้ นายนิพนธ์ ยังเน้นย้ำว่า การรับมือกับปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถเป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสำรวจจุดเสี่ยง วางระบบระบายน้ำ และเตรียมเครื่องมือและกำลังคนให้พร้อม ก่อนเกิดสถานการณ์จริง
โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเข้าสู่ฤดูมรสุม การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกหนักหรือน้ำหลาก
นายนิพนธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ท้องถิ่นกับท้องที่ต้องร่วมมือกัน” เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุดคือ การดูแลและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูมรสุมอย่างจริงจัง ก่อนที่สถานการณ์ฝนตกหนักจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้






