
‘เอกนิติ’ เร่งแก้โจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ เคาะภาษีอีวี ใน 1-2 สัปดาห์นี้
‘เอกนิติ’ เปิดยุทธศาสตร์ลงทุนไทยรับโลกยุคใหม่ เชื่อมการค้าและการลงทุนท่ามกลางโลกแบ่งขั้ว เร่งแก้โจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ เคาะภาษีสรรพสามิต ใน 1-2 สัปดาห์
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโลก
- มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างสนามการแข่งขันที่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการทุกรายที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
- คาดว่าจะมีความชัดเจนและได้ข้อสรุปเรื่องการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Thailand - Japan Investment Forum: Investment Gateway for Sustainable Growth ภายใต้หัวข้อ “Thailand's Investment Strategy: BOI’s Vision for Sustainable Growth” ว่า การลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน นับตั้งแต่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 1980 หลังการเกิดข้อตกลงพลาซา (Plaza Accord)
อย่างไรก็ตาม โลกในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิม โครงสร้างเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนจากยุคที่มหาอำนาจดั้งเดิม (สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น) ครองสัดส่วน GDP โลกสูงถึง 60% เหลือเพียงราว 25% ในปัจจุบัน พร้อมกับการก้าวขึ้นมาของกลุ่มประเทศอำนาจปานกลาง (Middle Power) ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
“แรงกดดันในยุคใหม่ไม่ได้มาจากค่าเงินเป็นหลัก แต่มาจากมาตรการภาษี (Tariffs) สงครามการค้า วิกฤตพลังงาน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ท่ามกลางการแบ่งขั้วของโลก (Multipolar World)”
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีจุดแข็งสำคัญในฐานะ "Connector" หรือผู้เชื่อมโยง โดยอาศัยความไว้วางใจ (Trust) และความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นฐานรองรับการย้ายฐานการลงทุนระลอกใหม่
เร่งแก้โจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์
ขณะที่การแก้ปัญหาอุตสาหกรรมยานยนต์ ตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการญี่ปุ่นนั้น ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบมติของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ในการนำมาตรการภาษีสรรพสามิตมาปรับใช้เพื่อดูแลผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโลก ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียเปรียบด้านอัตราภาษีศุลกากรที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยภาครัฐมุ่งเน้นการสร้างสนามการแข่งขันที่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการทุกราย และคาดว่ารายละเอียดการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตจะมีความชัดเจนภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ข้างหน้า
4 ปัจจัยเปลี่ยนโลก ‘ไทย-ญี่ปุ่น’ ต้องร่วมมือ
นายเอกนิติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนความร่วมมือใน New Chapter ไทยและญี่ปุ่น ครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
- การรับมือโลกแบ่งขั้ว (Geopolitical Shift) การใช้จุดแข็งเรื่อง Trust ความเป็นกลาง และบทบาท Connector ของไทยในการเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าการลงทุน
- การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI (Digital & AI Transformation) การใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้ง Data Center และระบบส่งข้อมูลความเร็วสูง (Optical Transfer) รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- วิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) การเปลี่ยนผ่านสู่ Clean Economy ไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยรวมจุดแข็งเทคโนโลยีญี่ปุ่นเข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์และทรัพยากรในไทย
- สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ (Quality Aging Society) ญี่ปุ่นและไทยต่างเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเติบโตอย่างรวดเร็ว การสร้างสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพจะมุ่งเน้นจุดแข็งด้าน Wellness การแพทย์ สมุนไพรไทย และอาหารเพื่อสุขภาพ
วาง 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ไทย-ญี่ปุ่น ร่วมขับเคลื่อน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังปรับเปลี่ยนทิศทางจากการเติบโตที่พึ่งพาการส่งออกหรือการบริโภคเพียงอย่างเดียว มาสู่การเติบโตด้วย "การลงทุนที่มีคุณภาพ" (Quality Investment Growth) ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและยกระดับศักยภาพการผลิตระยะยาว
จากการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ได้มีการกำหนด 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ไทยและญี่ปุ่นจะร่วมกันขับเคลื่อน ได้แก่
- Smart Agriculture & Food Processing การนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะจากญี่ปุ่นมาเพิ่มผลผลิตต่อไร่ของไทย พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร
- Smart Electronics การต่อยอดฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เดิมของญี่ปุ่นในไทยไปสู่อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานไฮเทค
- Automotive & Future Mobility การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์สู่อยานยนต์แห่งอนาคต พลังงานสะอาด และพลังงานชีวภาพ (Biofuels) ที่เชื่อมโยงกับภาคเกษตรกรรม
- Wellness & Medical การต่อยอดความแข็งแกร่งด้านการแพทย์ การบริการสุขภาพ และสมุนไพรไทย
- Quality Tourism การยกระดับการท่องเที่ยวระหว่างไทยและญี่ปุ่น มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
- Retail & Logistics การใช้ไทยเป็นศูนย์กลางค้าปลีกและโลจิสติกส์ของอาเซียน ผ่านเครือข่ายร้านสะดวกซื้อและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
- Creative Economy การผสานพลังความคิดสร้างสรรค์และ Soft Power ของทั้งสองประเทศ
กลไกหนุนทางการเงินและนโยบายภาครัฐ
เพื่อให้เป้าหมายการลงทุนเกิดขึ้นจริง ภาครัฐได้เตรียมมาตรการและกลไกสนับสนุนสำคัญ
- โครงการ "BOI to IPO" การจัดทำ Fast Track และสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI (โดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่น) เพื่อเตรียมความพร้อมและจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพิ่มช่องทางระดมทุน
- การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด การจัดตั้งคณะทำงานดูแลการModernize โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Clean Energy
- นโยบาย "All-in AI" การส่งเสริมการใช้งาน AI ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อเพิ่ม Productivity ในทุกภาคส่วน
- การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Market) การสร้างตลาดคาร์บอนเครดิตในไทยที่สามารถซื้อขายเชื่อมโยงกับญี่ปุ่น ภายใต้ข้อตกลงและกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Initiative







