thansettakij
thansettakij
ไทยพร้อมเปิดบ้านรับ 191 ประเทศ เวที IMF-WB 2026 'เอกนิติ' รุกดึงทุนโลก

ไทยพร้อมเปิดบ้านรับ 191 ประเทศ เวที IMF-WB 2026 'เอกนิติ' ชูยุทธศาสตร์ดึงทุนโลก

06 ต.ค. 69 | 06:50 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ต.ค. 69 | 07:01 น.

“เอกนิติ” ยืนยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 เผยผู้ลงทะเบียนกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ชูจุดแข็งไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัย มุ่งดึงดูดเงินลงทุนคุณภาพสูง

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF-World Bank ในปี 2569 โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศทั่วโลก
  • รัฐบาลตั้งเป้าใช้เวทีนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ไทยจะนำเสนอแนวคิด "ผู้เชื่อมโลก" (Global Connector) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่แบ่งขั้ว
  • มีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการนำเสนอวัฒนธรรมซอฟต์พาวเวอร์เพื่อสร้างความประทับใจ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานครบรอบ 39 ปี “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้วมากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก

สำหรับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยต่อประชาคมโลก โดยไทยจะชูจุดแข็งด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และความสามารถในการสร้างความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับทุกฝ่าย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มแบ่งขั้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

เร่งออกแบบนโยบายเชิงรุก ดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ

นายเอกนิติกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะสั้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเดินทาง ที่พัก และการท่องเที่ยวของผู้เข้าร่วมประชุม รวมถึงโอกาสที่ผู้มาเยือนจะกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยซ้ำในอนาคต ขณะที่ระยะยาวจะช่วยเพิ่มโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุน สร้างงาน ขยายโอกาสทางธุรกิจ และส่งเสริมการย้ายฐานการลงทุนมายังประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการเปิดรับกระแสเงินลงทุนที่กำลังเคลื่อนย้ายไปยังประเทศต่าง ๆ แต่ต้องออกแบบนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อดึงดูดและรักษาการลงทุนให้อยู่ในประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงกำหนดเงื่อนไขให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ผลประโยชน์จากการลงทุนกระจายไปสู่ประชาชนและผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง

ชู 2 มิติหลัก ดันไทยเป็น “ผู้เชื่อมโลก”

สำหรับแนวทางที่ประเทศไทยจะนำเสนอต่อประชาคมโลกในฐานะเจ้าภาพการประชุมด้านการเงินและการคลังครั้งสำคัญนี้ ประกอบด้วย 2 มิติหลัก ได้แก่

บทบาทผู้เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก ไทยต้องการแสดงบทบาทเป็น “ผู้เชื่อมโลก” โดยดึงทุกฝ่ายกลับมาอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน ท่ามกลางความขัดแย้งและสงครามระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศให้เติบโตต่อเนื่อง

พัฒนาศักยภาพรับมือวิกฤต มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นความท้าทายที่หลายประเทศต้องเตรียมพร้อมรับมือร่วมกัน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ การประชุมยังเป็นโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยต่อผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก เพื่อขยายช่องทางการตลาด ยกระดับสินค้าไทยสู่สากล และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศ โดยมองว่าการสร้างความประทับใจในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดโอกาสให้ประเทศไทยได้รับความสนใจทั้งจากนักท่องเที่ยว นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว

คลังระดมเจ้าหน้าที่กว่า 400 คน รับคณะผู้แทนทั่วโลก

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนในระดับนานาชาติ โดยรัฐบาลเตรียมนำวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ของไทยมาสร้างเอกลักษณ์ให้กับงาน ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

นายวินิจ กล่าวว่า หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ การนำผ้าท้องถิ่นจาก 28 ชุมชน รวม 39 ลายผ้า และลายผ้าที่ออกแบบพิเศษอีก 2 ลาย ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาใช้ประดับตกแต่งห้องประชุมในพื้นที่รวมกว่า 5,000 ตารางเมตร เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของไทยสู่สายตานานาชาติ

ขณะเดียวกัน ยังมีการคัดสรรเมนูอาหารไทยที่ได้มาตรฐานสากลมาร่วมสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ พร้อมเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างเป็นทางการโดยนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเย็นวันที่ 16 ตุลาคม 2569

“เมื่อสายตาของประชาคมโลกจับจ้องมายังประเทศไทย การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสร้างความประทับใจ เพื่อให้ผู้มาเยือนต้องการกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ไม่ว่าจะในฐานะนักท่องเที่ยว นักลงทุน หรือพันธมิตรทางธุรกิจ”

จัดทีมอำนวยความสะดวก-ซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติ

สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้แทนที่เดินทางมาร่วมประชุม กระทรวงการคลังได้วางแผนรองรับตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยจัดช่องทางพิเศษและเตรียมผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่ประสานงานจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 400 คน รวมถึงเยาวชนนักศึกษาอาสาสมัครกว่า 200 คนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมปฏิบัติงาน

ส่วนการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการภาวะวิกฤต ได้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน ภัยคุกคาม และสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ

“กระทรวงการคลังมุ่งหวังให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสำเร็จในการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจโลกในระยะยาว”