thansettakij
thansettakij
คมนาคมชงขอเงินกู้ 2.66 พันล้าน เยียวยาขนส่ง-ติดโซลาร์ ขสมก.

คมนาคมชงขอเงินกู้ 2.66 พันล้าน เยียวยาขนส่ง-ติดโซลาร์ ขสมก.

05 ต.ค. 69 | 11:07 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 69 | 11:08 น.

กระทรวงคมนาคมชง 2 โครงการขอใช้เงินกู้ 2,665 ล้านบาท เยียวยาผู้ประกอบการขนส่ง 2,621.59 ล้านบาท ครอบคลุม 243,043 คัน พร้อมติด Solar Rooftop ขสมก. วงเงิน 44.4 ล้านบาท ตั้งเป้าลดค่าไฟ 20%

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเสนอขอเงินกู้ 2,665 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 2 โครงการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน
  • จัดสรรเงิน 2,621.59 ล้านบาท เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะและรถบรรทุกกว่า 2.4 แสนคัน เป็นเวลา 4 เดือน
  • ขสมก. ขอรับจัดสรร 44.4 ล้านบาท เพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในอู่รถโดยสาร ตั้งเป้าลดค่าไฟฟ้าลงอย่างน้อย 20%

กระทรวงคมนาคมเดินหน้าขอใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.วิกฤตพลังงานปี 2569 รวม 2 โครงการ วงเงิน 2,665 ล้านบาท อัดเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง 243,043 คัน นาน 4 เดือน วงเงิน 2,621.59 ล้านบาท ขณะที่ ขสมก. ขอ 44.4 ล้านบาท ติดตั้ง Solar Rooftop พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน หวังลดค่าไฟไม่น้อยกว่า 20%

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)ระบุว่า กระทรวงคมนาคมยื่นเสนอขอใช้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 รวม 2 โครงการ วงเงินกว่า 2,665 ล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบจากราคาพลังงาน

โครงการแรก คือ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระยะที่ 2  วงเงิน 2,621.5920 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น

มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากมาตรการระยะที่ 1 ซึ่งกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เสนอขอใช้งบประมาณ 2,060.74 ล้านบาท และดำเนินการระหว่างวันที่ 20 เมษายน-31 พฤษภาคม 2569 หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกผันผวนและต้นทุนเชื้อเพลิงของผู้ประกอบการขนส่งยังอยู่ในระดับสูง

 

ช่วยต่อเนื่อง 4 เดือน หวังสกัดต้นทุนกระทบโลจิสติกส์-ค่าครองชีพ

สำหรับมาตรการระยะที่ 2 กำหนดระยะเวลาดำเนินงานรวม 5 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569-กุมภาพันธ์ 2570 โดยเดือนตุลาคมเป็นช่วงเตรียมการ เปิดระบบลงทะเบียน ตรวจสอบ และกลั่นกรองคุณสมบัติ ก่อนเริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569-กุมภาพันธ์ 2570 รวม 4 เดือน

กลุ่มเป้าหมายรวม 243,043 คัน ครอบคลุมรถบรรทุกไม่ประจำทาง รถแท็กซี่ รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ โดยอัตราช่วยเหลือแตกต่างกันตามประเภทรถและเชื้อเพลิง ตั้งแต่ 600-4,200 บาทต่อคันต่อเดือน

กลุ่มที่ได้รับวงเงินสูงสุดคือรถบรรทุกไม่ประจำทางตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป จำนวน 114,228 คัน ได้รับความช่วยเหลือ 4,200 บาทต่อคันต่อเดือน คิดเป็นวงเงินรวม 1,919.0304 ล้านบาท รองลงมาคือรถบรรทุกไม่ประจำทางน้อยกว่า 10 ล้อ จำนวน 54,421 คัน ช่วยเหลือ 2,100 บาทต่อคันต่อเดือน วงเงิน 457.1364 ล้านบาท

ส่วนรถแท็กซี่ใช้น้ำมัน จำนวน 637 คัน ได้รับ 2,100 บาทต่อคันต่อเดือน วงเงิน 5.3508 ล้านบาท ขณะที่แท็กซี่ใช้ก๊าซ จำนวน 23,598 คัน ได้รับ 1,200 บาทต่อคันต่อเดือน วงเงิน 113.2704 ล้านบาท

สำหรับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้น้ำมัน จำนวน 3,568 คัน ได้รับ 1,050 บาทต่อคันต่อเดือน วงเงิน 14.9856 ล้านบาท ส่วนรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ก๊าซ จำนวน 1,334 คัน ได้รับ 600 บาทต่อคันต่อเดือน วงเงิน 3.2016 ล้านบาท และรถจักรยานยนต์สาธารณะใช้น้ำมัน จำนวน 45,257 คัน ได้รับ 600 บาทต่อคันต่อเดือน วงเงิน 108.6168 ล้านบาท

จ่ายเดือนละ 655.4 ล้าน ตรวจ GPS คุมสิทธิ

แผนการเบิกจ่ายกำหนดโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีผู้มีสิทธิเป็นรายเดือน เดือนละ 655.3980 ล้านบาท ต่อเนื่อง 4 เดือน รวม 2,621.5920 ล้านบาท โดยกรมการขนส่งทางบกจะติดตามข้อมูลการเดินรถจริงและตรวจสอบคุณสมบัติผ่านระบบระบุตำแหน่งดาวเทียม หรือ GPS รวมถึง DLT GPS Notice และกลไกตรวจสอบอื่นที่เหมาะสม

เป้าหมายสำคัญของมาตรการคือการประคับประคองต้นทุนผู้ประกอบการไม่ให้ต้องลดเที่ยววิ่งหรือหยุดให้บริการ ซึ่งอาจกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงป้องกันการส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงไปยังค่าขนส่ง ค่าโดยสาร และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของประชาชน

ขสมก.ขอ 44.4 ล้าน ติดโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่

อีกโครงการหนึ่งเป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยเสนอ “โครงการติดตั้ง Solar Rooftop - Energy Storage ในอู่รถโดยสารของ ขสมก.” ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วงเงิน 44.4 ล้านบาท ภายใต้โครงการกลุ่มที่ 2 ของ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ปี 2569

โครงการมีเป้าหมายติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop พร้อมระบบกักเก็บพลังงานในอู่รถโดยสารของ ขสมก. เขตการเดินรถที่ 1-8 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบจำหน่าย และนำพลังงานสะอาดมาใช้ในการดำเนินงานขององค์กร

ตั้งเป้าลดค่าไฟ 20% คืนทุนไม่เกิน 10 ปี

ขสมก.กำหนดตัวชี้วัดให้สามารถลดปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากระบบจำหน่ายได้ไม่น้อยกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนดำเนินโครงการ พร้อมตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 20% และมีระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 10 ปี

โครงการกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 1 ปี ในปีงบประมาณ 2570 โดยมีแผนเบิกจ่ายในช่วงเดือนพฤษภาคม มิถุนายน สิงหาคม และกันยายน 2570 ขณะที่แผนการเบิกจ่าย 4 งวดระบุงวดละ 11.125 ล้านบาท รวมเป็น 44.5 ล้านบาท 

การดำเนินโครงการ ขสมก.จะจัดหาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding ตามหลักเกณฑ์และราคากลางมาตรฐานของทางราชการ โดยระบุว่าพื้นที่ดำเนินโครงการมีความพร้อมและได้รับอนุญาตตามกฎหมายแล้ว