
สรรพสามิต รื้อเกณฑ์ “นำเข้ารถโบราณ” ปลดล็อกเงื่อนไข-ขยายเวลา 120 วัน
กรมสรรพสามิต ยกร่างประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะ “นำเข้ารถยนต์โบราณ” ฉบับใหม่ ปลดล็อกเงื่อนไขผู้นำเข้า พร้อมกรอบระยะเวลาการนำเข้าเป็น 120 วัน อุดช่องโหว่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
KEY
POINTS
- กรมสรรพสามิตเตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์การนำเข้ารถยนต์โบราณเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติจริงและอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า
- ขยายกรอบระยะเวลาการนำเข้ารถยนต์โบราณหลังได้รับอนุมัติ จากเดิม 60 วัน เป็น 120 วัน เพื่อให้เหมาะสมกับระยะเวลาการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ
- แก้ไขคุณสมบัติผู้มีสิทธินำเข้า โดยจะกำหนดจาก "สถานะ" ของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และยกเลิกเงื่อนไขที่จำแนกตามวัตถุประสงค์การนำเข้า
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิต ได้จัดทำร่างประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์โบราณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์โบราณให้มีความครบถ้วนและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ
ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้มอบหมายให้สำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ดำเนินการศึกษาและปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์โบราณ ตามกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 44) พ.ศ. 2568 ซึ่งได้กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์โบราณที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยใช้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์โบราณเป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
กรมสรรพสามิตจึงได้ออกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์โบราณ ลงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 เพื่อกำหนดผู้มีสิทธินำเข้า ขั้นตอนการยื่นคำขอและการอนุมัติ กรอบระยะเวลาการนำเข้า และเอกสารหลักฐานประกอบการนำเข้า
กรมสรรพสามิตได้ติดตามและประเมินผลการบังคับใช้ประกาศฉบับดังกล่าว โดยศึกษาข้อมูลทั้งในเชิงกฎหมายและเชิงปฏิบัติควบคู่กับการหารือร่วมกับกรมศุลกากรเกี่ยวกับแนวปฏิบัติพิธีการศุลกากรและการรวบรวมข้อมูลการยื่นคำขอและการนำเข้ารถยนต์โบราณผ่านสำนักงานศุลกากรที่มีการนำเข้า ได้แก่ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะจากสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง
ผลการศึกษาพบข้อจำกัดขั้นตอนการอนุญาตนำเข้า
จากการศึกษาและผลการติดตามพบว่า การบังคับใช้ประกาศกรมสรรพสามิตฉบับปัจจุบันยังมีข้อจำกัดบางประการ ซึ่งทำให้ขั้นตอนการอนุญาตนำเข้ารถยนต์โบราณไม่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการนำเข้าในปัจจุบัน ใน 2 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. การกำหนดผู้มีสิทธินำเข้า ประกาศฉบับปัจจุบันกำหนดผู้มีสิทธินำรถยนต์โบราณเข้ามาในราชอาณาจักรโดยจำแนกตามวัตถุประสงค์ในการนำเข้า ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติพิธีการศุลกากรที่พิจารณาจากสถานะของผู้นำของเข้าเป็นสำคัญ
2. กรอบระยะเวลาการนำเข้า ประกาศฉบับปัจจุบันกำหนดให้ผู้ได้รับอนุมัติต้องดำเนินการนำรถยนต์โบราณเข้ามาในราชอาณาจักรให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของการขนส่งทางทะเล เนื่องจากรถยนต์โบราณมีแหล่งกำเนิดในหลายภูมิภาค เช่น ภูมิภาคยุโรป อเมริกาเหนือ และญี่ปุ่น เป็นต้น
การขนส่งหรือการบรรจุในตู้สินค้ามีข้อจำกัดด้านการจองระวางสินค้า ประกอบกับเส้นทางเดินเรือโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณสามสิบถึงสี่สิบห้าวัน โดยยังมิได้นับรวมระยะเวลาในการจองระวาง การรวบรวมสินค้า ณ ท่าเรือต้นทาง การถ่ายลำ
รวมถึงความล่าช้าอันเกิดจากสภาพอากาศ ความแออัดของท่าเรือ หรือเหตุสุดวิสัยอื่นซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้นำเข้า เมื่อหักระยะเวลาดังกล่าวออกจากกรอบระยะเวลาเดิมหกสิบวันแล้ว ระยะเวลาที่เหลือสำหรับการดำเนินพิธีการจึงมีอยู่อย่างจำกัดยิ่ง และในหลายกรณีย่อมเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์โบราณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง เป็นธรรม โปร่งใส และอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า อีกทั้งเป็นการลดภาระที่ไม่จำเป็นและสร้างความเป็นเอกภาพในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์โบราณ ลงวันที่ 19 กันยายน 2568
สาระสำคัญการออกประกาศกรมสรรพสามิต ฉบับใหม่
สาระสำคัญการออกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์โบราณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะของรถยนต์โบราณ ลงวันที่ 19 กันยายน 2568 ซึ่งมีหลักการสำคัญ ดังนี้
1. กำหนดสถานะของผู้มีสิทธินำรถยนต์โบราณเข้ามาในราชอาณาจักร โดยกำหนดเฉพาะ “สถานะ” ของผู้มีสิทธินำเข้า และตัดถ้อยคำเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการนำเข้าออก ดังนี้ “ผู้มีสิทธินำรถยนต์โบราณเข้ามาในราชอาณาจักร ได้แก่ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ หรือนิติบุคคล”
2. ปรับปรุงกรอบระยะเวลาการนำเข้า จากเดิม “ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้นำรถยนต์โบราณเข้ามาในราชอาณาจักร” เป็น “ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้นำรถยนต์โบราณเข้ามาในราชอาณาจักร”
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับขั้นตอนและระยะเวลาการขนส่งทางทะเลในปัจจุบัน ลดความซ้ำซ้อนในการยื่นคำขอใหม่ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้าโดยยังคงประสิทธิภาพในการกำกับดูแลของกรมสรรพสามิต







