thansettakij
thansettakij
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

'ศุภจี’ สั่ง 4 เรื่องด่วนหนุน SME ไทยโต อัดงบใหม่ 786 ล้าน

04 ต.ค. 69 | 02:36 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ต.ค. 69 | 02:37 น.

รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถกบอร์ดส่งเสริม SME สั่ง 4 เรื่องเร่งด่วนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ไทยในปี 2570 แตะ 5,800 ล้านบาท หลังจัดงบลงไปสนับสนุน 786 ล้านบาท ตามแผน สสว.

KEY

POINTS

  • ศุภจี สุธรรมพันธุ์ อนุมัติงบประมาณใหม่ปี 2570 จำนวน 786 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย
  • มอบนโยบายเร่งด่วน 4 ด้านเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ SME ได้แก่ การใช้เทคโนโลยี, การเข้าถึงตลาดสากล, การปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการช่วยเหลือจากภัยพิบัติ
  • ตั้งเป้าช่วยเหลือ SME ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 41,480 ราย และคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 5,856 ล้านบาท

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดส่งเสริม SME) ที่มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา รองนายกฯ ได้มอบนโยบายว่าการจัดสรรงบประมาณไปยังกลุ่ม SME ต้องมุ่งเน้นที่จะสร้างความคุ้มค่าผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มขีดความสามารถของ SME ไทยดังนี้

1.การเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและธุรกิจดิจิทัล พร้อมขยายการให้บริการผ่านระบบ e-Service และเร่งผลักดันการลงทะเบียน SME ONE ID และ SME Profile เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับ SME ในการเข้าถึงบริการภาครัฐ 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SME ที่อยู่ในฐานข้อมูล SME ONE ID และ SME Profile แล้วจำนวนทั้งสิ้น 623,323 ราย ได้มีการตั้งเป้าหมายในปี 2570 ให้มีจำนวนผู้ประกอบการ SME ที่เข้าสู่ระบบนี้เพิ่มขึ้น 35% หรือประมาณ 8.04 แสนราย 

2.ส่งเสริมให้ SME ไทยสามารถเข้าถึงช่องทางตลาดสากลมากขึ้น โดยขยายโอกาสการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าระดับสากลผ่านแพลตฟอร์ม และช่องทางต่าง ๆ ให้มากขึ้น 

3.ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME ไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Renewable Energy & Green Business)

4.เร่งช่วยเหลือและฟื้นฟู โดยให้ความสำคัญในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัยอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้เห็นชอบเป้าหมายสำคัญในการยกระดับและขับเคลื่อนศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ผ่านกรอบงบประมาณรวม 786 ล้านบาท ที่ได้รับการจัดสรรจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินปกติ 640.3 ล้านบาท และเงินสมทบกองทุนฯเพิ่มเติมอีก 145.7 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้อุดหนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 41,480 ราย เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการ SME ของไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น 

ทั้งนี้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) คาดการณ์ว่าจากเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร 786 ล้านบาท จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในระบบรวมกัน ไม่ต่ำกว่า 5,856 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 7.4 เท่า ของวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้น ฟื้นฟู และวางรากฐานความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป