thansettakij
thansettakij
ปัญหาการกำหนดระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term)

ก.พ.ร. รับข้อเสนอแก้ Credit Term พบ SME ขาดสภาพคล่องอ่วม 2 แสนล้าน

16 ก.ย. 69 | 02:39 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ย. 69 | 02:39 น.

สำนักงาน ก.พ.ร. หารือ สภาเอสเอ็มอี รับข้อเสนอปมปัญหา Credit Term พบรายเล็กวิกฤตขาดสภาพคล่องทางการเงินถึงปีละ 2 แสนล้านบาท ชงแก้ปมการเข้าถึงสินเชื่อยาก ความสามารถการแข่งขันธุรกิจแพลตฟอร์ม

KEY

POINTS

  • ก.พ.ร. รับฟังข้อเสนอจากสภาเอสเอ็มอีเพื่อแก้ปัญหาระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ที่ยาวนานเกินไปจากผู้ประกอบการรายใหญ่
  • ปัญหา Credit Term ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยเผชิญวิกฤตขาดสภาพคล่องทางการเงิน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึงปีละ 2 แสนล้านบาท
  • สภาเอสเอ็มอีเสนอให้ปรับปรุงระเบียบของ ก.ล.ต. เพื่อให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องรายงานการชำระ Credit Term ตามกรอบเวลาที่กำหนด

16 กันยายน 2569 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้หารือร่วมกับสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) โดยมีนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และรับข้อเสนอของทางภาคเอกชนไปดำเนินการต่อ โดยเฉพาะปัญหาการกำหนดระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term)

ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอของสภาเอสเอ็มอี ซึ่งรายงานสถานการณ์ปัจจุบันว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประสบความท้าทายที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอี ได้แก่ ต้นทุนพลังงานและการผลิตที่สูงขึ้น การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีจนส่งผลทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ

สำหรับปัญหา Credit Term ซึ่งเป็นการกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าที่ยาวนานเกินไปจากผู้ประกอบการรายใหญ่ สภาเอสเอ็มอี ระบุว่า กรณีนี้ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องพบกับวิกฤตขาดสภาพคล่องทางการเงินถึงปีละ 2 แสนล้านบาท โดยผู้แทนสภาเอสเอ็มอีได้เสนอให้ปรับปรุงระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องรายงานการชำระ Credit Term ตามกรอบเวลาที่กำหนด

ขณะเดียวกันยังรับทราบปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูงถึง 60-70% โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติทางการเงิน จากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องใช้สินเชื่อนอกระบบและมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น สภาเอสเอ็มอีจึงเสนอให้มีการปรับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น

ส่วนปัญหาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่สามารถแข่งขันในตลาดเดียวกันกับธุรกิจแพลตฟอร์มได้ เนื่องจากมีต้นทุนการขายในแพลตฟอร์มที่สูงขึ้น และทางแพลตฟอร์มมีการออก Promotion ส่งเสริมการขายทำให้พฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดังนั้น สภาเอสเอ็มอีจึงเสนอให้มีการดำเนินมาตรการเพื่อสร้างการแข่งขันทางการตลาดที่เหมาะสม

แหล่งข่าวระบุว่า ในการหารือครั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้รับทราบข้อเสนอทั้งหมดและจะรวบรวมข้อเสนอดังกล่าวเพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายต่อไป และสภาเอสเอ็มอีจะสนับสนุนการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 โดยร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนงานที่ควรได้รับการพัฒนาและผลักดัน เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดภาระให้กับผู้ประกอบการและประชาชน เช่น แนวทางการจัดทำ Super License ต่อไป