
ศุภจี ถกบอร์ดส่งเสริม SME เคาะงบ 786 ล้าน ช่วยเอสเอ็มอี 4.1 หมื่นราย
รองนายกฯ ศุภจี ประชุมบอร์ดส่งเสริม SME เห็นชอบงบประมาณปี 2570 กว่า 786 ล้านบาท อุดหนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการทั่วประเทศ 4.1 หมื่นราย คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.8 พันล้านบาท พร้อมเร่งผลักดันมาตรการช่วยน้ำท่วม
KEY
POINTS
- รองนายกฯ ศุภจี ประชุมบอร์ดส่งเสริม SME อนุมัติงบประมาณปี 2570 วงเงิน 786.04 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศกว่า 41,480 ราย
- งบประมาณมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม, การส่งเสริมการเข้าถึงตลาดสากล และการเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจสีเขียว
- สสว. คาดว่าโครงการจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ไม่ต่ำกว่า 5,856 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.4 เท่าของงบประมาณที่ได้รับ
1 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน อนุมัติงบประมาณในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยเห็นชอบในหลักการสำหรับการจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมถึงเงินกองทุนฯ สมทบเพิ่มเติม วงเงินรวม 786.04 ล้านบาท
ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในการยกระดับศักยภาพ และอุดหนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ จำนวนไม่น้อยกว่า 41,480 ราย โดยการจัดสรรงบประมาณมุ่งเน้นการสร้างความคุ้มค่าสูงสุดใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การส่งเสริมการเข้าถึงช่องทางตลาดสากล และการเตรียมความพร้อมปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ช่วยเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ 5,856 ล้าน
สสว. คาดการณ์ว่า เงินงบประมาณ 786 ล้านบาทที่นำไปขับเคลื่อนในปี 2570 นี้ จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนต่อเนื่องรวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 5,856 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.4 เท่าของงบประมาณที่ได้รับ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป
พร้อมกันนี้ ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME จากสถานการณ์อุทกภัย สสว. ได้กำหนดนโยบายให้ความสำคัญแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรก (Priority) ผ่านโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน และโครงการที่จัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ส่วนราชการเพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ ขณะเดียวกันสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้ของ สสว. จะมีการดำเนินมาตรการพักชำระหนี้เพื่อผ่อนคลายภาระสภาพคล่อง
เตรียมกลไกฟื้นฟูเอสเอ็มอีหลังน้ำลด
นอกเหนือจากนี้ยังได้เตรียมกลไกฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยสนับสนุนการเข้าถึงตลาดผ่าน "โครงการ MSME Regional Activate Network" เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว นอกจากประเด็นงบประมาณขับเคลื่อนปี 2570 และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว บอร์ดส่งเสริม SME ยังได้เห็นชอบการเสนอมาตรการทางกฎหมายเพื่อช่วยผู้ประกอบการปรับตัวรับกติกาการค้าใหม่ๆ เช่น กฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) และการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (EV)
ทั้งนี้ได้เร่งลดความซับซ้อนและจัดทำมาตรฐานการแปลงรถยนต์สันดาปเป็นรถไฟฟ้า (EV Conversion) การสร้างความเป็นธรรมให้ดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงผลักดันกฎหมายสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) เพื่อให้อู่อิสระเข้าถึงข้อมูลเทคนิคและอะไหล่ได้อย่างเท่าเทียม
รับทราบผลช่วยเหลือเอสเอ็มอี ผ่าน BDS
ดร.ปณิตา กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านระบบให้บริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ หรือ BDS ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกหลักของ สสว. นั้น ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน ว่าสามารถให้การอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 5,972 ราย รวมเป็นวงเงินอุดหนุนทั้งสิ้น 392 ล้านบาท ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าวสามารถผลักดันให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมรวมแล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท
สำหรับในช่วงปี 2569 ถึง 2570 นี้ สสว. ยังคงมีงบประมาณคงเหลือในส่วนนี้อีกประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งคาดหมายว่าจะสามารถนำไปใช้ให้ความช่วยเหลือและอุดหนุนผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการยกระดับธุรกิจได้เพิ่มเติมอีกประมาณ 1,900 ราย







