thansettakij
thansettakij
สมาคมฯ แจงปมเหล็ก IF หากผ่าน LRF-TMT ตามมาตรฐาน ผลิตเหล็กคุณภาพสูงได้

สมาคมฯ แจงปมเหล็ก IF หากผ่าน LRF-TMT ตามมาตรฐาน ผลิตเหล็กคุณภาพสูงได้

02 ต.ค. 69 | 05:03 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 05:03 น.

เปิดข้อเท็จจริงเหล็ก IF สมาคมฯ ชี้คุณภาพไม่ได้วัดที่เตาหลอม แต่ต้องดูผลทดสอบปลายทาง ชี้หากผ่าน LRF-TMT ตามมาตรฐาน ผลิตเหล็กคุณภาพสูงได้

KEY

POINTS

  • สมาคมฯ ชี้แจงว่าเตาหลอม IF มีหน้าที่หลอมละลายวัตถุดิบเท่านั้น การผลิตเหล็กคุณภาพสูงต้องใช้ควบคู่กับเตาปรุงน้ำเหล็ก (LRF) เพื่อกำจัดสิ่งเจือปน
  • คุณสมบัติความเหนียวหรือความเปราะของเหล็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของเตาหลอม แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการรีดร้อนและการคายความร้อน (TMT) ที่ได้มาตรฐาน
  • มาตรฐานสากลจะประเมินคุณภาพเหล็กที่ผลิตภัณฑ์ปลายทาง โดยวัดจากคุณสมบัติเชิงกล ไม่ได้มีข้อกำหนดหรือกีดกันประเภทของเตาหลอมที่ใช้ในการผลิต

นายจิรายุ สายแสงทอง เลขานุการสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) เปิดเผยโดยยกข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมโลหะวิทยาที่มีเอกสารวิชาการและมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลกรับรอง เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องสำหรับวิศวกร ผู้รับเหมา และผู้บริโภคเกี่ยวกับคุณภาพเหล็กเส้นก่อสร้างที่ผลิตจากเทคโนโลยีเตาหลอมแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) โดยระบุว่า 

เตา IF กำจัดสิ่งเจือปนไม่ได้เข้าใจคลาดเคลื่อน

เตาหลอมมีหน้าที่แค่ละลาย ส่วนการทำความสะอาดคือหน้าที่ของเตาปรุงน้ำเหล็ก ข้อกังวลที่ว่าเตา IF ไม่สามารถกำจัดสิ่งเจือปนได้นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หลักโลหะวิทยาอุตสาหกรรมระบุว่า เตาหลอมปฐมภูมิไม่ว่าจะระบบ IF หรือ EAF มีหน้าที่หลักเพียง การหลอมละลายวัตถุดิบ

สมาคมฯ แจงปมเหล็ก IF หากผ่าน LRF-TMT ตามมาตรฐาน ผลิตเหล็กคุณภาพสูงได้

 

ส่วนการกำจัดสิ่งเจือปนและการลดกำมะถัน เป็นหน้าที่ของ เตาปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง (Ladle Refining Furnace: LRF) หากโรงงานผลิตใช้เตา IF ควบคู่กับเตาปรุง LRF จะสามารถผลิตน้ำเหล็กที่มีความบริสุทธิ์สูงทัดเทียมกับทุกระบบการหลอม

เหล็กเปราะไม่ได้เกิดจากเตาหลอม

อาการเหล็กเปราะหักง่าย ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเตาหลอมคุณสมบัติความเหนียวหรือเปราะของเหล็กเส้น เกิดจาก กระบวนการรีดร้อนและการคายความร้อน (Thermo-Mechanical Treatment: TMT) ไม่ใช่ชนิดของเตาหลอม ปัญหาเหล็กตกสเปคหรือมีสิ่งเจือปนขนาดใหญ่ มักเกิดกับโรงงานเถื่อนที่ข้ามขั้นตอนการใช้เตาปรุง LRF

หากผู้ผลิตมีระบบ LRF ที่ฉีดสารแคลเซียมซิลิเกต (Ca-Si) เพื่อปรับรูปทรงสิ่งเจือปนให้เป็นทรงกลมขนาดเล็ก (Globular Inclusion) จะขจัดปัญหาความเค้นและความเปราะในเนื้อเหล็กได้อย่างสมบูรณ์

มาตรฐานระดับโลกวัดคุณภาพที่ผลิตภัณฑ์ปลายทาง (Performance-based) มาตรฐานวิศวกรรมโครงสร้างระดับสากล เช่น ISO 6935-2 และ ASTM A706 รวมถึง IS 1786 ของอินเดีย (ที่รับรองเหล็กต้านแผ่นดินไหวเกรดสูง Fe 500D) ล้วนประเมินที่ผลิตภัณฑ์ปลายทาง โดยไม่ได้มีข้อกำหนดกีดกันประเภทของเตาหลอม

การจะดูว่าเหล็กต้านแผ่นดินไหวได้หรือไม่ ต้องทดสอบค่าทางกลที่แม่นยำ คือ อัตราส่วนแรงดึงต่อแรงยืด (TS/YS Ratio ≥ 1.25) และค่าความยืดตัวสูงสุด (Agt ≥ 7.5 - 10%) ซึ่งคือบรรทัดฐานที่ใช้คัดกรองเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเที่ยงตรง

สมาคมฯ แจงปมเหล็ก IF หากผ่าน LRF-TMT ตามมาตรฐาน ผลิตเหล็กคุณภาพสูงได้

 

ความจริงเรื่องนโยบายจีนปี 2017 และก้าวสู่ Green Steel ข่าวที่ว่าจีนสั่งปิดเตา IF เพราะเทคโนโลยีไม่ได้มาตรฐานนั้น เป็นการตีความที่ผิด นโยบายดังกล่าวคือการปฏิรูปเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกินกว่า 100 ล้านตัน และปราบปรามโรงงานเถื่อนที่หลบเลี่ยงภาษีและไม่มีระบบควบคุมคุณภาพ (LRF)

ในทางกลับกัน เตา IF ที่เป็นระบบไฟฟ้า หากติดตั้งระบบดักฝุ่นที่ได้มาตรฐานและใช้พลังงานหมุนเวียน จะปล่อยคาร์บอน (CO2) ต่ำกว่าการถลุงเหล็กแบบดั้งเดิมมาก และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญสู่อุตสาหกรรมเหล็กสีเขียว (Green Steelmaking) ในอนาคต

เทคโนโลยีเตาหลอม IF สามารถผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างชั้นคุณภาพสูงที่ทนทานต่อแผ่นดินไหว และปลอดภัยต่อโครงสร้างอาคารสูงได้อย่างแท้จริงหากโรงงานนั้นมีระบบปรุงน้ำเหล็ก (LRF) และกระบวนการรีด (TMT) ที่ได้มาตรฐาน การพิจารณาคุณภาพวัสดุก่อสร้าง ควรยึดถือผลการทดสอบคุณลักษณะทางกลปลายทางตามมาตรฐานสากลเป็นสำคัญ