
บอร์ด ก.พ.ร. คลอด 2 กฎหมายใหม่ บังคับหน่วยงานรัฐเปิดข้อมูลให้บริการชัดเจน
บอร์ด ก.พ.ร. เห็นชอบ 2 กฎหมายรองหนุน พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก พ.ศ. 2569 บังคับให้หน่วยงานรัฐต้องเปิดข้อมูลการให้บริการกับประชาชนชัดเจน ก่อนเกาะติด e-Service ผ่านฉลุย 10 จาก 12 งาน
KEY
POINTS
- คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายรอง 2 ฉบับ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้ง่ายขึ้น
- กฎหมายฉบับแรกกำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการให้บริการอย่างชัดเจนผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ และจุดให้บริการ
- กฎหมายฉบับที่สองกำหนดแนวทางการจัดตั้งศูนย์บริการร่วม (One-Stop Service) เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลและยื่นคำขอได้ในจุดเดียว
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายลำดับรอง 2 ฉบับแรก เพื่อรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569
สำหรับร่างกฎหมายลำดับรองทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมมีสาระสำคัญเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและรับบริการจากภาครัฐได้ง่ายขึ้น โดยฉบับแรกกำหนดให้หน่วยงานเปิดเผยข้อมูลการให้บริการที่ชัดเจน ทั้งทางเว็บไซต์ info.go.th เว็บไซต์หน่วยงาน และจุดให้บริการ
ส่วนฉบับที่สองกำหนดแนวทางการจัดศูนย์บริการร่วมของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูล ยื่นคำขอ และรับบริการได้ในจุดเดียว รวมทั้งรองรับการให้บริการผ่านระบบดิจิทัล
ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้ติดตามผลการพัฒนางานบริการที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Service 12 งานบริการสำคัญที่ได้ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามี 10 งานบริการที่มีความพร้อมเพียงพอและสามารถพัฒนาต่อได้ตามภารกิจปกติของหน่วยงานเจ้าภาพ
ขณะที่อีก 2 งานบริการยังต้องเร่งบูรณาการข้อมูลและระบบการทำงานร่วมกัน ได้แก่
(1) ระบบการแจ้งเตือนสิทธิ์และช่วยเหลือในการรับสวัสดิการของประชาชนตลอดช่วงชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ์ รับการแจ้งเตือน ตลอดจนยื่นขอรับสิทธิ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น
(2) ศูนย์การร้องเรียนแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้การแจ้งเรื่องร้องเรียนและติดตามผลเป็นไปอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางเดียว
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการพัฒนาการปรับปรุงเกณฑ์ PMQA พ.ศ. 2570 ให้สอดรับกับบริบทใหม่ โดยมุ่งสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน เตรียมพร้อมรับอนาคต เชื่อมโยงการทำงาน และทำให้การดำเนินงานเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ตอบโจทย์ประชาชนยิ่งขึ้น
แหล่งข่าว ระบุว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ลดความซ้ำซ้อนในการติดต่อภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูลและบริการ และเพิ่มการเข้าถึงบริการสำคัญผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็วและเข้าถึงง่ายมากขึ้น







