thansettakij
thansettakij
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

"ปกรณ์" สรุป Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด รับเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า

28 ส.ค. 69 | 03:01 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 69 | 03:07 น.

รองนายกฯ “ปกรณ์” นัดประชุมสรุปผลรับฟังความเห็น Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด กลุ่มข้าราชการ พุ่งเป้า 2 กลุ่ม ให้เงินก้อนสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า พร้อมเตรียมนำเสนอ ครม.ไฟเขียว

KEY

POINTS

  • รัฐบาลสรุปมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) สำหรับข้าราชการพลเรือน โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินก้อนสูงสุดไม่เกิน 12 เท่าของเงินเดือน
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิ์เป็น 2 กลุ่มตามเกณฑ์อายุและอายุราชการ คือ กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป (หรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป) และกลุ่มอายุ 40-49 ปี (และอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป)
  • มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ และห้ามผู้ที่เข้าร่วมกลับเข้ารับราชการในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท

กรณีรัฐบาลได้จัดทำ มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ (Early Retirement) โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ พร้อมทั้งการกำหนดสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ การกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปก่อนหน้านี้จนเสร็จสิ้นแล้วนั้น 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อช่วง 22 กรกฎาคม - 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. ได้นำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นต่อที่ประชุมใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้ 

1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 : อายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ กลุ่มที่ 2 : อายุ 40–49 ปี และอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)

2.การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม 

3.เงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ

4.เงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท

5.การกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation

สำหรับการพิจารณาที่ประชุมมีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ เป็น 2 กลุ่ม การกำหนดเงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการ และการจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation 

รวมทั้งการกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ จะได้รับในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า (หรือ 12 เดือน)

ขณะที่การกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ และสามารถบริหารจัดการตำแหน่งที่จะนำมายุบเลิกได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องยุบเลิกตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมมาตรการเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ ดำรงอยู่โดยตรง 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมาย สำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำรายละเอียดมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ และนำเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็วต่อไป