
'ศุภจี' ถกทูตอินเดีย ลุย Co-Investment นักธุรกิจจ่อลงทุน Data Center ในไทย
'ศุภจี' ถกทูตอินเดีย เดินหน้าสู่ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” เร่งความร่วมมือ Co-Creation Co-Investment เผยนักลงทุนไทย 5-6 รายสนใจร่วมทุน ขณะที่บริษัทอินเดียเตรียมลงทุน Data Center ในไทย
KEY
POINTS
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ หารือกับเอกอัครราชทูตอินเดีย เพื่อผลักดันความร่วมมือ "ร่วมสร้าง-ร่วมลงทุน" (Co-Creation Co-Investment) ในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพ
- บริษัทอินเดียอยู่ระหว่างเตรียมการลงทุน Data Center ในประเทศไทย โดยหลายบริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัทไทยแล้ว
- นอกจากความร่วมมือด้านการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยังเตรียมเชื่อมโยงระบบชำระเงิน UPI-PromptPay และพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (บาท-รูปี) ในการค้า
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับ นายปุนีต อัครวาล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย โดยไทยกับอินเดียพร้อมที่จะร่วมมือกันในการขับเคลื่อนการเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” และเดินหน้าความร่วมมือ “ร่วมสร้าง - ร่วมลงทุน (Co-Creation Co-Investment)” ในสาขาที่ไทยและอินเดียมีศักยภาพ อาทิ สมุนไพรและเภสัชภัณฑ์ IT อาหารแปรรูป อุตสาหกรรมสีเขียว ยานยนต์ การก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการต้อนรับ ด้วยการร่วมลงทุน ร่วมผลิต เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
นางศุภจี เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือนได้เดินทางไปเยือนอินเดีย และหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดีย ถึงการขยายความร่วมมือในรูปแบบ “Co-Creation Co-Investment” ในสาขาที่อินเดียมีความต้องการ และทั้งสองฝ่ายเริ่มดำเนินการร่วมกันให้มีความคืบหน้าภายใน 45 วัน เพื่อนำร่องและให้เกิดต้นแบบ
โดยล่าสุดมีนักลงทุนไทย 5-6 รายที่มีความสนใจในการเข้าร่วมความร่วมมือกับอินเดีย ขณะที่เอกอัครราชทูตอินเดียยังแจ้งว่า บริษัทอินเดียอยู่ระหว่างเตรียมการลงทุน Data Center ในไทย โดยหลายบริษัทร่วมทุน กับบริษัทไทยแล้ว และยังได้ชักชวนให้บริษัทไทยเข้าไปลงทุนในอินเดียด้วย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะใช้เวที JTC เป็นกลไกในการติดตามการดำเนินความร่วมมือ ตลอดจนหารือเกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้าระหว่างกัน โดยเอกอัครราชทูตอินเดียแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดียเสนอให้ที่ประชุม JTC จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวต่อไป
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านความร่วมมือภาคบริการ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างดำเนินการเชื่อมโยงระบบชำระเงิน UPI ของอินเดียกับระบบ Promptpay ของไทย และได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการใช้สกุลเงินท้องถิ่น บาท-รูปี เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนทางการค้า
นอกจากนี้ ในส่วนของการฝึกอบรม/การศึกษา อินเดียต้องการร่วมมือกับไทยในอุตสาหกรรม Hospitality ซึ่งไทยมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ จึงได้แจ้งว่าไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม
ด้าน Hospitality และการฝึกอบรมในระดับอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะและบุคลากรในภาคบริการ และในช่วงหลังของการหารือ เอกอัครราชทูตอินเดียขอให้ไทยสนับสนุนบุคลากรวิชาชีพของอินเดีย ได้แก่ นักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี และภาค IT เพื่อเข้ามาทำงานในประเทศไทยด้วย
ทั้งนี้ อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของไทยในโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2569) การค้าระหว่างไทยกับอินเดีย มีมูลค่า 13,974.56 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 8.07% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
โดยไทยส่งออกไปอินเดีย มูลค่า 10,270.32 ล้านดอลลาร์และไทยนำเข้าจากอินเดีย มูลค่า 3,704.24 ล้านดอลลาร์ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี และเงินแท่งและทองคำ





