
ส.อ.ท.ปั้น AI Solution ฝีมือไทย เปิด AI-ITC เชื่อมทุน-นักวิจัย-โรงงานลดช่องว่างเทคโนโลยี
ส.อ.ท.เปิดเกม AI โรงงานไทย ดัน 50 โรงงานใช้จริง ปั้นอุตสาหกรรมอัจฉริยะลดต้นทุน บพค.หนุนทุน Co-Funding ลดช่องว่างเทคโนโลยี-เพิ่มผลิตภาพ
KEY
POINTS
- ส.อ.ท. จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI-ITC) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI Solution ฝีมือคนไทยในภาคการผลิต
- ศูนย์ AI-ITC จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางเชื่อมโยงแหล่งทุน นักวิจัย และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและลดการพึ่งพาโซลูชันจากต่างประเทศ
- โครงการนี้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลและ บพค. เพื่อสนับสนุนทุนในรูปแบบ Co-Funding ให้ผู้ประกอบการนำ AI ไปใช้ในโรงงานจริง และสร้างต้นแบบการผลิตอัจฉริยะ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการประยุต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ในภาคการผลิต (AI Innovation for Manufacturing) รวมถึงวางกลไกพัฒนาระบบนิเวศ AI อย่างครบวงจรตั้งแต่พัฒนากำลังคน ให้คำปรึกษาเชิงลึก การทดสอบเทคโนโลยีเสมือนจริง
และทุนพัฒนา AI Solution ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในโรงงาน มุ่งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยด้วยการผลิตอัจฉริยะ (Intelligent Manufacturing)
ตั้งศูนย์ AI-ITC
โดยผ่านการดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ตั้งศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Innovation and Technology Center : AI-ITC) ซึ่งมองว่าเอไอมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยกำลังเข้ามาเปลี่ยนการทำงานและกระบวนการผลิตทั่วโลก
“ประเทศไทยเองยังมีช่องว่างสูงระหว่างความต้องการใช้ AI กับความสามารถในการพัฒนาและนำ AI ไปใช้ได้จริง โดยผู้ประกอบการไทยจำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับธุรกิจ โดยเฉพาะ AI Solutions ที่มีต้นทุนสูง มีการพึ่งพาโซลูชันจากต่างประเทศ และความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากการลงทุน”
นางพิมพ์ใจ กล่าวอีกว่า AI-ITC ถูกจัดตั้งขึ้นและออกแบบให้เป็นกลไกกลางในการสนับสนุนผู้ประกอบการตลอดกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตด้วย AI ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า พัฒนากำลังคนด้าน AI ทั้ง Reskill, Upskill และ New skill ภายใต้กรอบสมรรถนะที่แบ่งระดับความเชี่ยวชาญอย่างชัดเจน ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีแบบ Co-creation ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้เกิดโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
ศูนย์ฯ ครอบคลุมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น Physical AI, AI Edge Computing และ Digital Twin รวมถึงสร้างพื้นที่สำหรับทดสอบโมเดล AI และฮาร์ดแวร์ มีโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาAI ที่จำเป็น และเชื่อมโยงไปสู่พื้นที่ทดสอบในรูปแบบ e-factory automation park
ต่อยอด AI ครอบคลุมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ AI-ITC ยังมีเป้าหมายต่อยอดการประยุกต์ใช้ AI ไปสู่สาขาอื่นที่มีความสำคัญต่อประเทศ เช่น ในกลุ่มสุขภาพ (Healthcare) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในระยะต่อไป เพื่อขยายการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ให้ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ
สำหรับโครงการ AI Innovation for Manufacturing บพค. จะใช้กลไกทุนเป็นเครื่องมือเร่งการเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตไทยสู่ AI-driven Manufacturing โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีโจทย์การใช้งานจริง มาจับคู่กับ System Integrator หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (ISV) ที่มี AI Solutions พร้อมใช้งาน รวมถึงผู้ประกอบการเทคโนโลยี AI (AI Tech Entrepreneur) สัญชาติไทย
โครงการจะสนับสนุนทุนในรูปแบบ Co-Funding เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยี AI ไปประยุกต์ใช้และพิสูจน์ผลในโรงงานจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากรให้สามารถดูแล บำรุงรักษา และต่อยอดเทคโนโลยีได้ด้วยตนเองในระยะยาว กลไกดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีที่พัฒนาได้กับเทคโนโลยีที่ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ได้จริง และสร้างต้นแบบการยกระดับผลิตภาพที่สามารถขยายผลไปสู่อุตสาหกรรมไทยในวงกว้าง
“ปัจจุบันภารกิจของ ส.อ.ท. คือ การขับเคลื่อน The New Chapter of Thai Industry เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วย ยุทธศาสตร์ 5I โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ คือ Intelligent Industry ที่มุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มายกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ความเป็นอัจฉริยะ”
ขจัดความสูญเสียในกระบวนการผลิต
ส.อ.ท. จะผลักดันการนำเทคโนโลยี AI ระบบอัตโนมัติ (Automation & Robotics) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับแนวคิด Lean and Automation เพื่อขจัดความสูญเสียและปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพก่อนการลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และยกระดับโรงงานไทยสู่ Smart Factory และ Smart OEM
อีกทั้งจะสนับสนุนการใช้ระบบ Data-driven Manufacturing ผ่านการประยุกต์ใช้ระบบ MES (Manufacturing Execution System) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-time ควบคุมคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติ และเชื่อมโยงข้อมูลตลอดสายการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ขณะเดียวกันก็จะผลักดันความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี เช่น AI & Automation Transition Loan ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุนและเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถปรับตัวได้เร็วขึ้น
“ความร่วมมือดังกล่าวจะเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทุนวิจัยจากภาควิชาการเข้ากับโจทย์และความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงและนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ไปประยุกต์ใช้ได้จริง ซึ่งจะเป็นปัจจัยในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Intelligent Industry) และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”
เชื่อมนักวิจัย-ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์
ศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมศักยภาพของนักวิจัยและ System Integrator หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (ISV) ให้สามารถทำงานบนโจทย์และความต้องการของภาคเอกชน
โดยศูนย์ AI-ITC มีทั้งนักวิจัยเครื่องมือที่จำเป็นต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและพื้นที่ทดลองโมเดล AI และ AI Solution ก่อนนำไปประยุกต์ใช้จริง ด้วยความร่วมมือกับบริษัทระดับโลก เช่น Amazon Web Services (AWS), NVIDIA, Mitsubishi Electric Factory Automation (Thailand) และKorea Telecom (KT) จะช่วยเสริมความพร้อมด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการนำ AI ไปใช้เกิดความมั่นใจมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มีต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม และสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้
ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วย บพค. กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องยกระดับไปสู่การเป็นประเทศที่สามารถพัฒนา ประยุกต์ใช้ และต่อยอดเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง
บพค. จึงมุ่งทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงทุนวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยี ผู้ให้บริการระบบ และภาคอุตสาหกรรม ให้ร่วมกันพัฒนา AI บนโจทย์จริงของภาคการผลิต เพื่อเร่งให้นวัตกรรมไทยก้าวจากห้องวิจัยสู่การใช้งานจริง พร้อมสร้างตลาดและโอกาสให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยเติบโตควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ
โดยในระยะแรก บพค. ตั้งเป้าสนับสนุนโรงงานอุตสาหกรรมอย่างน้อย 50 แห่งเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างต้นแบบการประยุกต์ใช้ AI และขยายผลไปสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน







