
เปิดแผนกู้ฐานยานยนต์ไทย ‘ส.อ.ท.’ ชง 3 แนวทาง ดัน SMEs เข้า Supply Chain รถแห่งอนาคต
ส.อ.ท.เตือนเปลี่ยนผ่านยานยนต์ต้องไม่ทิ้งฐานเดิม รถกระบะใช้ Local Content สูง 80-90% โจทย์ใหญ่ไม่ใช่เลือก BEV หรือรถเดิม แต่ต้องเปลี่ยนผ่านให้สมดุล
KEY
POINTS
- เสนอให้รักษาฐานการผลิตเดิมที่แข็งแกร่ง เช่น รถกระบะ ควบคู่ไปกับการบริหารการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตอย่างสมดุล
- เร่งยกระดับผู้ประกอบการและ SMEs ไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของยานยนต์แห่งอนาคต ผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะ
- สร้างสมดุลด้านนโยบายและโครงสร้างภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่ โดยเน้นการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในประเทศผ่านการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของประเทศที่ใช้เวลาสะสมองค์ความรู้และพัฒนาระบบนิเวศมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ประกอบการ SMEs บุคลากร และเครือข่าย Supply Chain ที่มีความเชื่อมโยงทั้งในและต่างประเทศ
การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่เทคโนโลยีใหม่ จึงจำเป็นต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของการสร้างสมดุลระหว่าง การรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตเดิม และการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่มีอยู่ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
โจทย์สำคัญของประเทศไทยไม่ใช่การเลือกระหว่างเทคโนโลยีเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านให้เกิดความสมดุล โดยนำฐานอุตสาหกรรมที่ไทยมีอยู่มาต่อยอดกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ใหม่ได้มากที่สุด
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะต่อไป ควรมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย
- รักษาความสามารถของฐานการผลิตเดิม พร้อมบริหารการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีใหม่อย่างสมดุล โดยประเทศไทยควรรักษาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะการผลิตรถกระบะ ที่มีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local content) สูงถึง 80-90% ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน และ Supply Chain ภายในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม
- เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้าสู่ Supply Chain ยานยนต์แห่งอนาคต โดยสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และตลาด พร้อมส่งเสริมการลงทุนด้านเครื่องจักร ระบบ Automation และดิจิทัล การวิจัยและพัฒนา การยกระดับมาตรฐาน ตลอดจนการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill–Reskill) รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กับผู้ประกอบการไทย เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ อันนำไปสู่การยกระดับ SMEs ให้เข้าสู่ Supply Chain ยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างเข้มแข็ง
- สร้างสมดุลด้านนโยบายเพื่อดึงดูดการลงทุนและเพิ่มมูลค่าในประเทศ การกำหนดมาตรการส่งเสริมการลงทุนและโครงสร้างภาษี ควรคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานอุตสาหกรรมเดิม พร้อมเชื่อมโยงการลงทุนใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้าง Supply Chain ภายในประเทศ การใช้ Local Content การสร้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย
"อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีรากฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับสากล ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมควรเป็นการใช้ประโยชน์จากฐานเดิม พร้อมเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่หลากหลาย ทั้ง BEV, Hybrid และเทคโนโลยียานยนต์รูปแบบใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรักษาฐานการผลิตเดิม การรองรับการลงทุนใหม่ และการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน"







