thansettakij
thansettakij
เปิดโจทย์ภาษีรถยนต์ใหม่ ส.อ.ท.ชี้ต้องแลกกับลงทุน-จ้างงาน-ถ่ายทอดเทคโนโลยีในไทย

เปิดโจทย์ภาษีรถยนต์ใหม่ ส.อ.ท.ชี้ต้องแลกกับลงทุน-จ้างงาน-ถ่ายทอดเทคโนโลยีในไทย

11 ก.ย. 69 | 05:06 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.ย. 69 | 05:06 น.

ส.อ.ท.หนุนรื้อภาษีสรรพสามิตรถยนต์ หวังดึงลงทุน-เพิ่ม Local Content ปั้นไทยฮับส่งออกโลก จับตาภาษีใหม่เชื่อมลงทุน-เทคโนโลยี-แรงงาน 8 แสนคน

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ใหม่ เพื่อผลักดันไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออก
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนแนวทางดังกล่าว โดยมองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ
  • ส.อ.ท. เสนอว่าโครงสร้างภาษีใหม่ควรเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการต้องแลกกับการลงทุนจริง การจ้างงาน การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ว่า ข้อมูลจากการประชุมสะท้อนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว โดยช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนรถยนต์ BEV จำนวน 126,950 คัน เพิ่มขึ้น88% 

และรถยนต์กลุ่ม xEV มีสัดส่วนรวม 55% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่บีโอไอได้ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและกิจการที่เกี่ยวข้อง 189 โครงการ มูลค่า 151,372 ล้านบาท 

รวมถึงแผนติดตั้งหัวจ่ายไฟฟ้า 23,135 หัวจ่าย และแผนลงทุนเพิ่มเติมของผู้ผลิตในประเทศรวมกว่า 50,000 ล้านบาท

เปิดโจทย์ภาษีรถยนต์ใหม่ ส.อ.ท.ชี้ต้องแลกกับลงทุน-จ้างงาน-ถ่ายทอดเทคโนโลยีในไทย

 

ที่ประชุมได้พิจารณาหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ เพื่อใช้มาตรการภาษีขับเคลื่อนการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศ ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และผลักดันไทยสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ระดับโลก โดยมีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าว และมอบหมายให้กรมสรรพสามิตจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

ส.อ.ท. สนับสนุนหลักการดังกล่าวและเห็นว่าเป็นทิศทางที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยตลอด Supply Chain สร้างมูลค่ามากกว่า 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มีผู้ประกอบการกว่า 2,500 บริษัท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากกว่า 800,000 คน ดังนั้น การกำหนดมาตรการจึงต้องสร้างประโยชน์เชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุน และ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม

“โครงสร้างภาษีใหม่ควรเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศ โดยคำนึงถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการสร้างให้ประเทศไทย ทั้งการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์สมัยใหม่”