thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันตลาดโลก ตะวันออกกลาง

เตือนวิกฤตราคาน้ำมันคืนชีพ บี้รัฐบาลดันวาระแห่งชาติแก้สภาพคล่อง กระตุ้นศก.

17 ก.ย. 69 | 04:40 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ย. 69 | 04:40 น.

"ธนิต โสรัตน์" เตือนวิกฤตราคาน้ำมันโลกกำลังหวนกลับมา ปัญหาเศรษฐกิจ-การจ้างงานและปากท้องประชาชนต้องมาก่อนขัดแย้ง ฮั้วส.ว. บี้รัฐบาลเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสภาพคล่องธุรกิจเป็นวาระแห่งชาติ

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตราคาพลังงานครั้งใหม่
  • ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ
  • มีการเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันมาตรการแก้ปัญหาสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางยังคงมีความขัดแย้งจนส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงนี้ รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเสริมสภาพคล่องทั้งธุรกิจและครัวเรือนซึ่งกลายเป็นวาระแห่งชาติ

"รัฐบาลและฝ่ายค้านควรเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเสริมสภาพคล่องทั้งธุรกิจและครัวเรือนซึ่งกลายเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่ติดกับดัก ฮั้วส.ว. เพราะขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจ-การจ้างงานและปากท้องของประชาชนเป็นความสำคัญต้องมาก่อนความขัดแย้งทางการเมือง" ดร.ธนิต ระบุ

ทั้งนี้ที่ผ่านมาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น มีการยิงเรือบรรทุกน้ำมันและพื้นที่เศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบียและอิหร่านซึ่งกลายเป็นคู่ขัดแย้งในภูมิภาค มีการโจมตีท่อน้ำมัน “East-West Petroline” เป็นท่อส่งน้ำมันยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากของซาอุดีอาระเบีย มีความยาวประมาณ 1,200 กิโลเมตร ถูกโจมตีจนต้องหยุดจ่ายน้ำมัน

อีกทั้งกลุ่มฮูติในเยเมนเปิดฉากยึดพื้นที่ปากช่องแคบบับ เอล มันเดบ ทำให้สงครามในภูมิภาคมีความตึงเครียดมีการรบเต็มรูปแบบอีกครั้ง กดดันเส้นทางขนส่งน้ำมันและพลังงานทั้งอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดงซึ่งเป็นเส้นทางผ่านคลองสุเอซสู่ทวีปยุโรป

ปัจจุบันเรือบรรทุกสินค้าโดยเฉพาะเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ใช้เส้นทางจากยุโรปอ้อมทวีปแอฟริกาผ่านแหลมกู๊ดโฮประยะเวลาเพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่งผลต่อค่าระวางเรือระหว่างประเทศที่ผ่านมาราคาเริ่มลดลงแต่กลับมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกมีความอ่อนไหวกับวิกฤตความขัดแย้งใน “Middle East” ราคาน้ำมันทุกตลาดปรับตัวสูง 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 ราคาน้ำมันตลาดนิวยอร์ก (WTI) 104.86 USD/บาร์เรล ตลาดเบรนท์ (Brent) ราคา 108.1 USD/บาร์เรล และตลาดดูไบ (Dubai) เป็นน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางซึ่งไทยใช้อ้างอิงราคาพุ่งไปถึง 116.22 USD/บาร์เรล เป็นราคาสูงสุดในรอบ 7 เดือน เท่ากับช่วงต้นเดือนมีนาคมเป็นช่วงเวลาที่สงครามสหรัฐอเมริกา-อิหร่านเพิ่งเริ่มขึ้น 

ราคาน้ำมันดิบในประเทศราคาหน้าโรงกลั่นล่าสุดน้ำมันดีเซล B7 ปรับขึ้นไปถึงลิตรละ 40.79 บาท ราคานี้เท่ากับราคาขายปลีกหน้าปั๊มอยู่ที่ราคาลิตรละ 40.69 บาท (16 ก.ย.) เนื่องจากรัฐบาลโดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนลิตรละ 9.83 บาท เป็นการอุดหนุนราคามากสุดในรอบ 7 เดือนก่อนที่จะปรับเหลืออุดหนุนลิตรละ 8.43 บาท 

ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 กองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนลิตรละ 7.30 บาท กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกอุดหนุนราคาพลังงานวันละประมาณ 770 ล้านบาท ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ติดลบเฉียด 9.0 หมื่นล้านบาท 

ดร.ธนิต กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงในช่วงนี้เป็นแรงกดดันราคาวัตถุดิบโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับพลาสติก โพลิเมอร์และปิโตรเคมีคอล ปุ๋ย ฯลฯ ที่ปัจจุบันราคาสูงอยู่แล้วให้สูงขึ้นไปอีกกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภค – บริโภค หากรัฐบาลปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวราคาแก๊สโซฮอล์ E20 จะพุ่งขึ้นอีกลิตรละ 7 บาทเป็นอย่างน้อยและราคาน้ำมันดีเซล B7 จะเพิ่มขึ้นอีกลิตรละ 8.5 – 9.5 บาท ซึ่งจะเป็นราคาสูงสุดนับแต่วิกฤตพลังงานซึ่งเกิดจากความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง 

"เชื่อว่ารัฐบาลนายกฯ อนุทิน คงไม่กล้าปล่อยราคาเต็มเพดานเนื่องจากจะมีผลต่อราคาค่าขนส่งรถบรรทุกและรถยนต์ส่วนบุคคล ขณะที่ค่าระวางเรือ (Freight Charge) ระหว่างประเทศคงควบคุมไม่ได้เป็นไปตามราคาตลาดที่ผ่านมาเคยปรับขึ้นไปถึงร้อยละ 80 – 90 ผลกระทบทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้นตามด้วยราคาวัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูปทั้งที่นำเข้าและผลิตในประเทศมีแนวโน้มที่จะปรับราคาตามราคาน้ำมันมีผลต่อราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค ราคาอาหารตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของครัวเรือน" ดร.ธนิต ระบุ

ดร.ธนิต กล่าวว่า หากความขัดแย้งและความรุนแรงในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งลำเลียงน้ำมันไม่ยุติในเร็ววัน ราคาพลังงานที่สูงจะส่งต่อกระทบเป็นลูกโซ่ผลคือทำให้รายได้ ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนนอกจากไม่เพิ่มแต่กลับลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตหรือหรือค่าจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันสูงขึ้น ทำให้รายได้สุทธิหรือเงินในกระเป๋าลดลง กระทบการจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว

ส่งผลไปถึงการผลิตที่ลดลงตามมาด้วยความเสี่ยงของการจ้างงาน คงต้องจับตาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ จะเป็นการชั่วคราวหรือความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากยืดเยื้อรุนแรงเพิ่มขึ้นจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีความอ่อนแอและเปราะบางเป็นทุนอยู่แล้ว จะรับมือกันอย่างไร เป็นความท้าทายทั้งระดับประเทศและครัวเรือน