thansettakij
thansettakij
คลังเปิดทางร้านค้า 'ไทยช่วยไทยพลัส' รับสแกนบัตรคนจนได้ วางเป้าเริ่ม 1 ต.ค.นี้

คลังเปิดทางร้านค้า 'ไทยช่วยไทยพลัส' รับสแกนบัตรคนจนได้ วางเป้าเริ่ม 1 ต.ค.นี้

15 ก.ย. 69 | 09:22 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 09:32 น.

คลังผนึกพาณิชย์ เปิดทางร้านค้า 'ไทยช่วยไทยพลัส' รับสแกนบัตรคนจนได้ วางเป้าเริ่ม 1 ต.ค.นี้ ชี้กลุ่มขอทบทวนสิทธิยื่นเอกสารเพิ่มภายใน 20 ก.ย.นี้

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกันพัฒนาระบบให้ร้านค้าในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" สามารถรับชำระเงินจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้
  • การชำระเงินจะเป็นรูปแบบสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
  • ตั้งเป้าหมายให้ระบบใหม่นี้เริ่มใช้งานได้ทันรอบการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคม
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงสามารถใช้จ่ายที่ร้านธงฟ้าได้เหมือนเดิม

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ พัฒนาระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดทางให้ร้านค้าที่อยู่ในระบบไทยช่วยไทยพลัส สามารถรับชำระเงินจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ โดยตั้งเป้าหมายจะพยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จ และทันการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ที่จะเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้

“กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ โดยคาดว่าจะเห็นรายละเอียดในเร็วๆ นี้ เบื้องต้น เราพยายามพัฒนาให้ร้านค้าที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส สามารถรับชำระเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ เป็นรูปแบบสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ส่วนการใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงใช้ได้เหมือนเดิม”

ส่วนกระบวนการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ จะครบกำหนดการจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่ขอทบทวนสิทธิเข้ามา

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

โดยหากเป็นผู้ที่มีปัญหาหลักฐานปลีกย่อยหรือโดนแอบอ้างรายได้ จำเป็นต้องยื่นเอกสารเพิ่มเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์อย่างเป็นธรรมที่สุด 

ในกรณีที่ถูกแอบอ้างรายได้ในระบบสรรพากร ประชาชนสามารถแจ้งต่อกรมสรรพากรว่าไม่ใช่รายได้ของตน โดยสรรพากรจะอนุมัติสิทธิ์เบื้องต้นให้ก่อนแล้วจึงตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อให้การคืนสิทธิ์แก่ประชาชนเป็นลำดับความสำคัญแรก (Priority) 

ด้านกลุ่มผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียงที่เคยยื่นเรื่องผ่านการมอบอำนาจ จำเป็นต้องทำเรื่องยื่นเอกสารมอบอำนาจใหม่ ผ่านหน่วยงานฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรการยืนยันตัวตนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)