
ปลัดคลังถกสัปดาห์หน้า เคาะเงินกู้ ลุย ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส-โซลาร์รูฟท็อป‘
ปลัดคลัง นัดถกสัปดาห์ไฟเขียว 2 โครงการใหญ่ พ.ร.ก.กู้เงิน “ไทยเที่ยวไทยพลัส-โซลาร์รูฟท็อปประชาชน” ลั่นใกล้ปิดดีล ทิสา คุยจบแล้ว 90% เหลือแค่เคาะตัวเลข
KEY
POINTS
- สัปดาห์หน้า ปลัดกระทรวงการคลังจะประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อพิจารณาอนุมัติ 2 โครงการใหญ่
- โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" จะใช้วงเงินกู้เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนค่าที่พักสูงสุด 1,500 บาทต่อคืน และให้คูปองท่องเที่ยว 1,500-2,000 บาท
- โครงการ "โซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน" จะใช้เงินกู้เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยกำลังรอข้อเสนอจากกระทรวงมหาดไทย
11 กันยายน 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน ว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อพิจารณาโครงการสำคัญ 2 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนของกระทรวงมหาดไทย โดยในส่วนของโครงการโซลาร์รูฟท็อปนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายละเอียดข้อเสนออย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนที่สองสำหรับเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานในประเทศมาดำเนินการ
ส่วนโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส นั้น จะใช้วงเงินจากกู้ก้อนที่ 1 ซึ่งเป็นงบประมาณที่เน้นการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้สรุปรายละเอียดและเตรียมเสนอเรื่องเข้ามา
" เมื่อเสนอโครงการเข้ามา คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ก็พร้อมที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติทันทีเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งคาดจะพิจารณาได้เรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า"
เร่งเคาะทิสา หนุนประชาชนเข้าถึงการออม
นายลวรณกล่าว ความคืบหน้าการจัดทำมาตรการบัญชีการออมเพื่อการลงทุนแบบบัญชีเดียว หรือ ทิสา ล่าสุดมีความชัดเจนไปแล้วกว่า 90% โดยหลักการสำคัญได้ตกลงไปเรียบร้อยแล้ว และเหลือเพียงการประชุมเพื่อสรุปตัวเลขการได้สิทธิลดหย่อนขั้นสุดท้ายให้มีความสอดคล้องและตรงตามเป้าหมายของทุกฝ่าย และคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดทั้งหมดและนำเสนอเพื่ออนุมัติได้ภายในช่วงเดือนก.ย.นี้
"ความชัดเจนตอนนี้ไป 90% กว่าแล้ว รอประชุมอีกครั้งหนึ่งก็น่าจะจบ ขั้นตอนที่เหลือจะเป็นการพิจารณาในรายละเอียดตัวเลขวงเงินลดหย่อนภาษี เพื่อดูความเหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน หลักการคงไม่เปลี่ยนอะไรแล้ว เหลือแค่ดูตัวเลข"
สำหรับการออกแบบโครงสร้างทิสานั้น จะเป็นการรวมบัญชีการออมและการลงทุนให้อยู่ภายใต้รูปแบบเดียวกัน เช่น จากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (พีวีดี) และไทยอีเอสจี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการออมและการลงทุนได้อย่างสะดวก มีประสิทธิภาพ และได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม
เปิดรายละเอียดไทยเที่ยวไทยพลัส
สำหรับโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสนั้น ก่อนหน้านี้นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการเดินหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติการใช้เงินกู้ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เดินหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส วงเงิน 3,500 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ และจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเร็ว ๆ นี้
สำหรับโครงการดังกล่าว จะสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) ตามค่าที่พักจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน และจำกัดสิทธิ์สูงสุดคนละไม่เกิน 5 คืน
นอกจากนี้ ยังให้คูปองท่องเที่ยว (Voucher) โดยปรับเพิ่มมูลค่าการสนับสนุนขึ้นเป็น 1,500 บาทต่อสิทธิ์ สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองหลัก จากเดิมที่เคยจ่ายเพียง 500 บาท ขณะเดียวกัน หากผู้ใช้สิทธิ์นำไปใช้จ่ายในพื้นที่ "เมืองรอง"มูลค่าสนับสนุนของคูปองจะขยับเพิ่มขึ้นทันทีเป็น 2,000 บาท เพื่อเป็นกลไกจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองรองมากยิ่งขึ้น และรูปแบบการใช้จ่ายจะเป็น Co-payment หรือร่วมจ่ายในอัตรา 50%
ทั้งนี้ โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส จะเปิดกว้างให้สามารถใช้สิทธิ์ในภาคบริการอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ ธุรกิจสปา ร้านนวด ร้านทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านอาหาร และกิจกรรมดำน้ำท่องเที่ยว






