
คลังอนุมัติเงินกู้ 3.5 พันล้าน ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' ช่วยจ่ายค่าโรงแรมคืนละ 1,500 บาท
คลังอนุมัติเงินกู้ 3.5 พันล้าน ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' ช่วยจ่ายค่าโรงแรมคืนละ 1,500 บาท พ่วงแจกเงินเที่ยวสูงสุดวันละ 2,000 บาท ลงทะเบียนต.ค.นี้ เริ่มเที่ยว 1 พ.ย.
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังอนุมัติเงินกู้ 3,500 ล้านบาทสำหรับโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ
- รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พักสูงสุดคืนละ 1,500 บาท (จำกัดคนละ 5 คืน) พร้อมมอบคูปองท่องเที่ยว 1,500 บาทสำหรับเมืองหลัก และเพิ่มเป็น 2,000 บาทสำหรับเมืองรอง
- เปิดลงทะเบียนผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" 1-25 ต.ค. 69 เริ่มใช้สิทธิ์ 1 พ.ย. 69 โดยมีช่วงงดใช้สิทธิ์ (Blackout Period) ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. - 15 ม.ค.
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการเดินหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ว่า กระทรวงการคลังได้อนุมัติการใช้เงินกู้ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เดินหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส วงเงิน 3,500 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ และจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเร็วๆ นี้
สำหรับโครงการดังกล่าว จะสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) ตามค่าที่พักจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน และจำกัดสิทธิ์สูงสุดคนละไม่เกิน 5 คืน
นอกจากนี้ ยังให้คูปองท่องเที่ยว (Voucher) โดยปรับเพิ่มมูลค่าการสนับสนุนขึ้นเป็น 1,500 บาทต่อสิทธิ์ สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองหลัก จากเดิมที่เคยจ่ายเพียง 500 บาท ขณะเดียวกัน หากผู้ใช้สิทธิ์นำไปใช้จ่ายในพื้นที่ "เมืองรอง"มูลค่าสนับสนุนของคูปองจะขยับเพิ่มขึ้นทันทีเป็น 2,000 บาท เพื่อเป็นกลไกจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองรองมากยิ่งขึ้น และรูปแบบการใช้จ่ายจะเป็น Co-payment หรือร่วมจ่ายในอัตรา 50%
ทั้งนี้ โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส จะเปิดกว้างให้สามารถใช้สิทธิ์ในภาคบริการอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ ธุรกิจสปา ร้านนวด ร้านทำเล็บ รถรับจ้างในพื้นที่ ร้านอาหาร และกิจกรรมดำน้ำท่องเที่ยว
สำหรับกลุ่มโรงแรมที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้นั้น จะเปิดกว้างให้แก่สถานประกอบการโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและมีใบอนุญาตทั้งหมด
นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มที่พักที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม แต่มีการเสียภาษีในระบบอย่างถูกต้อง รัฐบาลจะผ่อนปรนให้เข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน โดยจะประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบความพร้อมและสนับสนุนการปรับปรุงสถานที่
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า หากผู้ใช้สิทธิ์ดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวเต็มพิกัด 5 คืนในพื้นที่เมืองรอง จะได้รับมูลค่าสนับสนุนรวมสูงสุดจากรัฐบาลถึง 17,500 บาทต่อคน แบ่งเป็น
- สิทธิ์สนับสนุนค่าที่พักคืนละ 1,500 บาท รวม 5 คืน เป็นเงิน 7,500 บาท
- คูปองร่วมจ่ายวันละ 2,000 บาท รวม 5 วัน เป็นเงิน 10,000 บาท
อย่างไรก็ดี เนื่องจากโครงการนี้จำกัดจำนวนสิทธิ์ไว้ที่ 1 ล้านสิทธิ์ (คิดเฉลี่ยจากมูลค่าสิทธิ์ละ 3,500 บาท ซึ่งคำนวณจากค่าที่พักเฉลี่ยและคูปองเฉลี่ยที่รัฐสมทบให้) ส่งผลให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์จริงอาจจะไม่ถึง 1 ล้านคน หากมีผู้ใช้งานจองห้องพักเต็มโควตาคนละ 5 คืน ซึ่งจะรองรับผู้เข้าร่วมโครงการได้ประมาณ 200,000 คน
นอกจากนี้ โครงการยังมีเงื่อนไขการตัดสิทธิ์หากผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์แล้วไม่เดินทางภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยระบบจะนำสิทธิ์ดังกล่าวกลับมาเปิดให้ประชาชนรายอื่นลงทะเบียนใหม่ทันทีเพื่อป้องกันการกักสิทธิ์
ทั้งนี้ จะเปิดลงทะเบียนผู้ประกบอการ และประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน "เป่าตัง" ตั้งแต่วันที่ 1-25 ตุลาคม 2569 และประชาชนเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะมี การเว้นช่วงการใช้สิทธิ์ (Blackout Period) เป็นเวลา 1 เดือน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม ถึงวันที่ 15 มกราคม เนื่องจากผลการศึกษาทางสถิติและตัวเลขชี้ชัดว่า การอุดหนุนในช่วงดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม
“ช่วงปีใหม่ เป็นช่วงที่ประชาชนวางแผนเดินทางท่องเที่ยวเองเป็นปกติอยู่แล้ว ประชาชนจึงต้องวางแผนเดินทางในลักษณะ "เที่ยวคร่อมปีใหม่" คือช่วงแรกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม และกลับมาใช้สิทธิ์ได้อีกครั้งในช่วงที่สอง ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์”
“เราคาดว่ากรอบวงเงินงบประมาณไว้ไม่เกิน 3,500 ล้านบาท ซึ่งปรับลดลงจากเดิมที่เคยเสนอขอไป 4,300 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้สูงถึงประมาณ 58,000 ล้าน ถึง 60,000 ล้านบาท”
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาห้องพัก โดยจะมีการตรวจสอบราคาย้อนหลังเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งราคาที่เสนอต้องเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% หากตรวจพบการทุจริตหรือขึ้นราคาเกินจริงจะถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ทันที





