thansettakij
thansettakij
โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ

ปรับโฉม ศูนย์ธุรกิจ-เมืองใหม่อัจฉริยะ EEC ดึงลงทุน 1.34 ล้านล้าน

11 ก.ย. 69 | 01:00 น.

โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ เตรียมปรับโฉมใหม่ หลังครม.ไฟเขียวทบทวนมติเก่า ปรับปรุงขอบเขตพื้นที่โครงการ ดึงลงทุน 1.34 ล้านล้านบาท กางเป้าหมายติดเป้าท็อป 10 เมืองอัจฉริยะโลกภายในปี 2580

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการปรับโฉมโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่อัจฉริยะ โดยปรับปรุงขอบเขตพื้นที่และรูปแบบการพัฒนาเพื่อดึงดูดนักลงทุน
  • ตั้งเป้าหมายดึงดูดการลงทุนมูลค่า 1.34 ล้านล้านบาทภายใน 10 ปี โดยเน้นสัดส่วนการลงทุนจากภาคเอกชนเป็นหลัก
  • การปรับโฉมเน้นการจัดสรรแปลงที่ดินให้เหมาะกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง พัฒนาแบบกระจุกตัวเพื่อลดต้นทุน และรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายกลุ่ม BCG
  • คาดว่าโครงการจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 2 ล้านล้านบาท และสร้างงานโดยตรงมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2565 เรื่องโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เสนอ 

สาระสำคัญคือจากที่ สกพอ.ได้ดำเนินการขับเคลื่อน โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) บริเวณตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มาอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงขอบเขตพื้นที่โครงการจากเดิมประมาณ 14,619 ไร่ ปรับเป็นพื้นที่ใหม่ประมาณ 14,586 ไร่ 

ทั้งนี้ สกพอ.ว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบขอบเขตพื้นที่โครงการในครั้งนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ โดยได้มีการดำเนินการผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ได้แก่ 

1.การจัดสรรแปลงที่ดินให้เอื้อต่อกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ โดยปรับรูปแปลงที่ดินให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ในการออกแบบ วางผังอาคาร และรองรับการขยายพื้นที่ในอนาคต

2.เน้นการพัฒนาแบบกระจุกตัว โดยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่พัฒนาจากแนวยาวมาเป็นกลุ่มกระจุกตัว เพื่อสร้างความคุ้มค่า ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง (CAPEX) และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) ของระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ 

3.การใช้ประโยชน์โครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับโครงข่ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ยังคงสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งและระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวกและกระชับมากขึ้น

4.การพัฒนาพื้นที่ตอบโจทย์การรองรับกลุ่ม Bio-Circular-Green (BCG) ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนใน EECiti ที่เน้นนวัตกรรมพลังงานสะอาด และส่งเสริมเป้าหมายสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้โครงการเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ EEC ถูกวางเป้าหมายให้เป็นเมืองธุรกิจคู่ขนานกับกรุงเทพมหานคร และมุ่งสู่การเป็น 1 ใน 10 เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ของโลกภายในปี พ.ศ. 2580 โดยมีตัวเลขคาดการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ 

1.การลงทุนเมกะโปรเจกต์ 1.34 ล้านล้านบาท โดยคำนวณจากมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งโครงการตลอดระยะเวลา 10 ปี แบ่งเป็นสัดส่วนการลงทุนเน้นภาคเอกชน 87.5% การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) 9.7% และการลงทุนจากภาครัฐ 2.8%

สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะมีการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคอัจฉริยะส่วนกลางรวม 10 ระบบในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการ PPP เช่น พลังงานสะอาด ประปา บำบัดน้ำเสีย ขยะ ดิจิทัล และคมนาคมขนส่ง รวมวงเงินลงทุนในส่วนนี้ประมาณ 72,042 ล้านบาท เพื่อให้ EECiti มีความพร้อมในการรองรับการลงทุนของภาคธุรกิจ และการอยู่อาศัยของประชาชน 

2.การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยวัดจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่จะเพิ่มขึ้น คาดว่า EECiti จะช่วยสร้างมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทยรวมกว่า 2 ล้านล้านบาท ภายในช่วง 10 ปีของการพัฒนาโครงการ 

3.รองรับประชากรและการจ้างงาน โดย EECiti ได้มีการออกแบบและวางผังรองรับประชากรได้สูงสุด 350,000 คน และคาดว่าจะเกิดการสร้างงานทางตรงมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง