
'เอกนิติ' เล็งต่อ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อีก 2 เดือน ยันได้ข้อสรุปสิ้น ก.ย.นี้
'เอกนิติ' เล็งต่อ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อีก 2 เดือน สรุปสิ้นเดือนก.ย.นี้ ยันมีงบเพียงพอ พร้อมพิจารณาปรับเงื่อนไขใหม่ เปิดสินเชื่อ AI นกกระซิบ เสริมสภาพคล่องร้านค้ารายย่อย
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเล็งต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อีก 1-2 เดือน เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อตามข้อเสนอของผู้ค้า
- คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการขยายเวลาโครงการภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
- สาเหตุหลักในการพิจารณามาจากสถานการณ์พลังงานและราคาน้ำมันโลกที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
- ยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอสำหรับดำเนินโครงการต่อ และอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์เพิ่มเติม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพร้อมรับข้อเสนอพิจารณาเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่อง หลังจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาขยายเวลาโครงการเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อออกไปอีก 1-2 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเห็นข้อสรุปภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้
“ยืนยันว่า ยังมีเม็ดเงินงบประมาณเหลือเพียงพอ สำหรับการดำเนินโครงการต่อเนื่อง รวมทั้งยังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดเรื่องการปรับเกณฑ์ด้วย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์นี้“
สำหรับปัจจัยสำคัญในการพิจารณาต่ออายุมาตรการมาจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงผันผวน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง
นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีประชาชนเข้าร่วมใช้สิทธิแล้วกว่า 26 ล้านคน และเมื่อรวมกับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13 ล้านคน จะมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์ในการลดค่าครองชีพรวมกว่า 40 ล้านคน
ขณะที่ในฝั่งผู้ประกอบการ มีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมมากกว่า 1.2 ล้านรายทั่วประเทศ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสะสมแล้วกว่า 150,000 ล้านบาท โดยเป็นการกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่างจังหวัดสูงถึง 83-84% และอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครราว 16-17%
เปิดตัวสินเชื่อ AI นกกระซิบ ช่วยร้านค้าเข้าถึงแหล่งทุน
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้เปิดตัวสินเชื่อ AI นกกระซิบ เพื่อต่อยอดและยกระดับศักยภาพร้านค้ารายย่อยโดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในชื่อ “นกกระซิบ” มาให้บริการฟรีบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประจำตัวคอยวิเคราะห์ยอดขาย
“ AI สามารถวิเคราะห์ช่วงเวลาขายดี และวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนวัตถุดิบ เช่น หมู เห็ด เป็ด ไก่ หรือไข่ เปรียบเทียบกับราคาตลาด เพื่อให้ผู้ค้าซื้อวัตถุดิบได้ในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรและสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการตัวเล็กอย่างยั่งยืน”
นอกจากนี้ ระบบ AI ยังช่วยรวบรวมและสรุปยอดเงินเข้าบัญชีเพื่อใช้เป็นหลักฐานยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ช่วยแก้ปัญหาการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบได้อย่างตรงจุด โดยมีธนาคารกรุงไทยนำเสนอวงเงินสินเชื่อออนไลน์สูงสุด 500,000 บาท และธนาคารออมสินจัดโครงการสินเชื่อพิเศษวงเงินรายละ 50,000 บาท
นายเอกนิติ กล่าวว่า สถาบันการเงินทั้ง 2 แห่งได้รับการสนับสนุนจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้ฟรีเป็นระยะเวลานานถึง 4 ปี
ส่วนกรณีข้อสังเกตเรื่องการกระจายรายได้ระหว่างร้านค้าขนาดใหญ่และร้านค้ารายย่อยนั้น พบว่าร้านค้าขนาดใหญ่ได้เปรียบเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการขายออนไลน์ จึงมุ่งเน้นใช้เทคโนโลยี “นกกระซิบ” เข้ามาช่วยสอนและพัฒนาทักษะการขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยเพื่อสร้างความเท่าเทียม
ทั้งนี้ ที่ผ่านพบว่าการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส ในรอบที่ผ่าน ได้นำระบบออนไลน์และผู้ช่วยขายเข้ามาแนะนำ สามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ค้าได้ถึง 500-600% ในช่วงดำเนินโครงการ และยังคงรักษารายได้ให้เติบโตต่อเนื่องได้ราว 200% หลังจบโครงการ






